ครม.เคาะวันหยุดราชการพิเศษ 28-29 ก.ย. 4 จังหวัด กทม.-ปริมณฑล บรรเทาผลกระทบน้ำท่วม

.
คำบรรยายภาพ, ช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ย.) ประชาชนที่พักอาศัยในเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กทม. ต้องอาศัยเรือและเดินเท้าฝ่าน้ำท่วมสูงระดับเอวออกจากที่พักอาศัยเพื่อไปหาซื้ออาหารและของใช้จำเป็น เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่ยังคงท่วมสูง รถยนต์ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้
Published
เวลาอ่าน: 10 นาที

สถานการณ์น้ำท่วมจากฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ทำให้ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีน้ำท่วมขังหลายจุดในช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ย.) เช่นเดียวกับหลายจังหวัดในภาคตะวันออก ขณะที่การคาดการณ์ฝนวันนี้ กรมอุตุนิยมวิทยา ออกคำเตือนว่ายังมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยภาคกลาง กทม. ปริมณฑล และภาคตะวันออกยังมีฝนตกต่อเนื่อง และภาคตะวันตกมีฝนตกหนัก

ถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้าช่วงตั้งแต่หลักสี่จนถึงมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถนนพหลโยธินหลายช่วงในเขตบางเขน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในถนนสายหลัก 31 เส้นทางที่มีน้ำท่วมขังในระดับสูงตามรายงานของระบบตรวจวัดน้ำท่วมถนนของ กทม. ขณะที่ระดับน้ำในคลองยังอยู่ในระดับสูงซึ่ง กทม. กำลังเร่งระบายน้ำออกเพื่อให้น้ำที่ท่วมขังบนถนนและเขตที่อยู่อาศัยได้ระบายออกมา

ส่วนในเขตพื้นที่ จ.นนทบุรี ต่อเนื่องกับกรุงเทพฯ อย่างถนนแจ้งวัฒนะ เมืองทองธานี ถนนงามวงศ์วาน แยกพงษ์เพชร ถนนประชาชื่น เช้านีมีประชาชนผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายงานเข้ามาว่ายังมีน้ำท่วมสูงหลายจุด รถเล็กสัญจรได้ลำบาก บ้านเรือนประชาชนมีน้ำท่วมระดับเข่า

ล่าสุด จ.นนทบุรี ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่ อ.เมืองนนทบุรี และ อ.ปากเกร็ด เนื่องจากเกิดสถานการณ์อุทกภัย น้ำท่วมขัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสาธารณชนและก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ประกาศตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. เป็นต้นไป

ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษเพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน จากสถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในวันจันทร์ที่ 28 และวันอังคารที่ 29 ก.ย. 2569 เป็นวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ ในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, นนทบุรี, ปทุมธานี และสมุทรปราการ

.
คำบรรยายภาพ, น้ำท่วมสูงที่ถนนพหลโยธิน ช่วงหน้ามหาวิทยาลัยศรีปทุม เขตจตุจักร เมื่อเวลา 9.00 น. เช้าวันอาทิตย์ (27 ก.ย.)

ด้านกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 14 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมากในวันนี้ โดยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ฝนเริ่มลดลงแต่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องบางแห่ง ส่วนเขตตะวันตกของภาคกลางมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง สาเหตุอันเนื่องมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมด้านตะวันตกของภาคกลางและมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังค่อนข้างแรง

เมื่อวันเสาร์ (26 ก.ย.) กรุงเทพมหานครได้ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต มีผลตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง ปัญหาการจราจรติดขัด และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน ขณะที่การแถลงของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ระบุว่า ประเมินว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติมจะใช้เวลาประมาณ 2-3 วันในการระบายน้ำที่ค้างอยู่จนกลับสู่ภาวะปกติ

.
คำบรรยายภาพ, ย่ายรามคำแหง เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 26 ก.ย.

ชาวบ้านตะโกน "รวยไม่ไหว" ขณะอนุทิน ลงพื้นที่ชุมชนริมคลองเปรม

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนร่วมพัฒนา ริมคลองเปรมประชากร เขตบางเขน โดยได้นั่งรถยกสูงของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จากท่าอากาศยานดอนเมือง

เมื่อนายอนุทินมาถึงมีชาวบ้านตะโกนว่า "รวยไม่ไหว" พร้อมตะโกนเรียกร้องให้นายอนุทินเดินมาลุยน้ำที่ท่วมขังอยู่ โดยกล่าวด้วยว่า จะอุ้มนายกฯ ลงเรือไปดูสภาพความเป็นอยู่ เพราะเลือกมากับมือ เมื่อทีมงานนายอนุทินได้ยินจึงไปแจ้งให้ทราบ ทำให้นายเดินลงไปพูดคุยกับชาวบ้านกลุ่มดังกล่าว โดยชาวบ้านได้ร้องขอสุขาเคลื่อนที่ เนื่องจากใช้ชีวิตไม่สะดวกในช่วงน้ำท่วม

นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกกลุ่มร้องเรียนกับนายอนุทินว่า ข้าวที่นำมาแจกจ่ายเมื่อวันที่ 26 ก.ย.ไม่เพียงพอ ทำให้นายอนุทินเรียก รมว.กลาโหม มาสั่งการ ให้ทำโรงครัวเคลื่อนที่ที่ชุมชนแห่งนี้ พร้อมควักเงินส่วนตัวรวมจำนวน 18,000 บาทเหมาร้านลูกชิ้น ร้านอาหารตามสั่งและร้านก๋วยเตี๋ยวในชุมชน พร้อมกล่าวว่าหากรอครัวเคลื่อนที่อาจจะไม่ทันการ ขอให้ชุมชนนำอาหารที่ได้จากตรงนี้ไปบริหารจัดการก่อน

.
คำบรรยายภาพ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมชุมชนร่วมพัฒนา ริมคลองเปรมประชากร เขตบางเขน เมื่อ 27 ก.ย.

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์หลังจากลงพื้นที่ถึงความรู้สึกของประชาชนที่รู้สึกว่าการประกาศแจ้งเตือนของภาครัฐล่าช้า โดยนายกฯ กล่าวว่าได้ตรวจสอบไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงมหาดไทย ตัวคำสั่งไม่ได้ล่าช้า แต่เนื้อหาค่อนข้างเข้าใจยาก เพราะมีศัพท์เทคนิค ซึ่งได้กำชับ รมว.ดีอี และอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาแล้วตั้งแต่อยู่ลอนดอนว่าต้องใช้ข้อความที่เข้าใจง่าย เพราะน้ำท่วมไปแล้ว เมื่อเกิดเหตุแบบนี้ก็ความเดือดร้อน รัฐบาลก็ต้องดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา แต่ฝนก็ตกไม่หยุดไม่หย่อน หวังว่าวันนี้จะไม่ตกมาซ้ำอีก

นายอนุทินกล่าวอีกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งระบายน้ำออกให้เร็วและมากที่สุด

นายกฯ ใช้บทเรียนหาดใหญ่ทำแผนฟื้นฟูน้ำท่วม

หลังจากเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (27 ก.ย.) ก่อนเปิดแถลงถึงสถานการณ์น้ำท่วมทันที พร้อมด้วยรัฐมนตรี หน่วยงานด้านน้ำและการป้องกันภัยที่เกี่ยวข้อง และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.

นายอนุทิน กล่าวว่า สาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้โดยรวมคือ เกิดจากปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่เป็นวงกว้าง และตกหนักอย่างต่อเนื่องเกินกว่าอัตราการระบายน้ำของพื้นที่จะสามารถรองรับได้ เนื่องจากปริมาณน้ำมีจำนวนมาก ส่วนน้ำเหนือกับการเร่งระบายน้ำผ่านกรมชลประทาน มีการบริหารจัดการน้ำในระบบก้างปลาเพื่อไม่ให้น้ำมาสมทบกับกรุงเทพฯ

สำหรับกรุงเทพฯ นายอนุทินกล่าวว่า กระทรวงกลาโหมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้นำเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก เรือยางเข้าไปสมทบในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนได้รับการรายงานและประสานงานกับผู้ว่าฯ กทม. มีการรายงานสถานการณ์ให้ทราบตลอดเวลาและยังมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงเพื่อผู้ประสบภัย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องมีคนดูแลให้มาอยู่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาลแล้ว

.
คำบรรยายภาพ, นายอนุทินบอกว่าเขาตัดสินใจยกเลิกภารกิจที่เหลือในต่างประเทศเพื่อมาติดตามการแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำท่วมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเปิดแถลงข่าวทันทีที่กลับถึงไทย เมื่อ 27 ก.ย.

ส่วนการบริหารจัดการในพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่ประสบภัย นายอนุทินกล่าวว่าได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยติดตามประสานงานและแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้มีอำนาจในการตัดสินใจแก้ปัญหาในพื้นที่ประสบภัยอย่างเต็มที่เพื่อความรวดเร็ว และมีการเพิ่มวงเงินให้กับจังหวัดแต่ละจังหวัดในกรณีที่ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้ผู้ว่าฯ สามารถอนุมัติงบประมาณได้ทันที

นายกฯ กล่าวว่า จะมีการเร่งรัดดำเนินการเยียวยาและชดเชยความเสียหายให้กับประชาชนที่ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุด กระทรวงมหาดไทยจะเร่งรวบรวมรายชื่อสำรวจความเสียหายของผู้ประสบภัยเป็นรายครอบครัวที่เข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือตามกฎหมาย ส่วนความเสียหายทรัพย์สินที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ หากมีปัญหาใด ๆ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะช่วยประสานงานกับบริษัทประกันภัยต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับเงินประกันตามเงื่อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว

นายกฯ กล่าวว่า ได้แจ้งให้ทุกจังหวัดที่ประสบภัยสรุปรายงานสถานการณ์การช่วยเหลือประชาชนโดยแจ้งมายังปลัดกระทรวงมหาดไทยทุกวัน เพื่อให้รัฐบาลรับทราบในสิ่งที่ดำเนินการไปแล้วและรับทราบในสิ่งที่แต่ละจังหวัดต้องการการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อให้การคลี่คลายสถานการณ์และการช่วยเหลือประชาชนได้รับการบริหารจัดการโดยเร็วที่สุด และยังต้องรายงานถึงปัญหาอุปสรรค รวมถึงสาเหตุที่ติดขัดต่าง ๆ เพื่อจะได้สั่งการต่อเนื่องสู่การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลจะใช้การถอดบทเรียนน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปีที่แล้วมาใช้ในแผนฟื้นฟู ให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตโดยเร็วที่สุด

ภาคตะวันตก-ตะวันออก ฝนตกหนักวันนี้

ศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต และมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ อัปเดตสถานการณ์ความเสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก ณ ช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ย. เมื่อเวลา 7.46 น. ที่ผ่านมาจากอิทธิพลของร่องฝน หย่อม และลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพบว่า ภาพการคาดการณ์ล่าสุดรายวันของปริมาณฝนทั้งวันวันนี้ (27 ก.ย.) เน้นหนักในพื้นที่ภาคตะวันตก ได้แก่พื้นที่ จ.ตาก อุทัยธานี กำแพงเพชร กาญจนบุรี นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด สระแก้ว ปราจีนบุรี นครนายก

ส่วนพื้นที่ภาคกลางอื่น ๆ รวมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงมีฝนตกสลับหยุด ๆ ปานกลางถึงหนัก ส่วนวันที่ 28 ก.ย. จะมีปริมาณฝนตกในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ตาก แพร่ จากนั้นปริมาณฝนจะเบาลงทั่วทุกภาค

.
คำบรรยายภาพ, ชั้นวางสินค้าในร้านสะดวกซื้อหลายแห่งใน กทม. ว่างเปล่า จากการที่ประชาชนออกมาซื้อหาอาหาร

ข้อมูลจากศูนย์ภูมิอากาศฯ ม.รังสิต ยังเผยแพร่ภาพการคาดการณ์ล่าสุดรายชั่วโมงของปริมาณฝนทั้งวันวันนี้ (27 ก.ย.) ยังคงมีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคตะวันตกตั้งแต่ช่วงเช้า ได้แก่ จ.กาญจนบุรี อุทัยธานี สุพรรณบุรี ราชบุรี เพชรบุรี และภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง จันทบุรี ตราด

ขณะที่ภาคใต้มีบางจังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก ได้แก่ ชุมพร และระนอง ส่วนพื้นที่ภาคกลางอื่น ๆ กทม. และปริมณฑล โดยส่วนใหญ่ยังคงมีฝนปานกลางในช่วงเช้าและบ่ายตลอดทั้งวัน โดยในช่วงบ่ายพื้นที่ฝนอาจจจะขยายมากขึ้นไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง

สถานการณ์น้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล

  • กทม. คลองหลักยังวิกฤต เดินหน้าสูบน้ำต่อเนื่อง

ช่วงเช้าวันอาทิตย์ (27 ก.ย.) หลายเขตในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังคงมีน้ำท่วมขัง อาทิ เขตสายไหม บางเขน จตุจักร ลาดกระบัง หนองจอก มีนบุรี

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยสถานการณ์ฝนเช้านี้จากศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานครว่า ร่องมรสุมและหย่อมความกดอากาศต่ำเคลื่อนตัวออกจาก กทม. ไปทางทิศตะวันตกแล้ว ส่งผลให้ฝนเบาบางลง ไม่รุนแรงเท่า 2-3 วันที่ผ่านมา แต่ยังมีฝนปกติตามฤดูกาลเติมเข้ามาบางจุด เช่น เขตลาดกระบัง ส่วนพื้นที่รับฝนหนักจะย้ายไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกของไทย

.

นายชัชชาติ กล่าวต่อถึงสถานการณ์น้ำท่วมขังและระดับน้ำในคลอง พบว่าคลองบริเวณที่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยาเริ่มลดระดับลง ขณะที่คลองหลักที่ยังมีปริมาณน้ำสูงระดับสีแดง ได้แก่ คลองเปรมประชากร คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ เนื่องจากมีอุปสรรคคือเมื่อเร่งสูบน้ำออกจากคลองหลัก น้ำจากพื้นที่โดยรอบจะไหลเข้ามาเติมตลอดเวลา

ส่วนจุดที่สถานการณ์คลี่คลาย ย่านเอกมัยน้ำแห้งแล้ว เนื่องจากใช้ระบบสูบน้ำระบายออกทางคลองเตยลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

คำบรรยายวิดีโอ, ผู้อาศัยในคอนโดพรีเมียร์เพลส ย่านพระราม 9 ซอย 41 บอกบีบีซีไทยว่า น้ำเอ่อเข้าท่วมถนนหน้าคอนโดตั้งแต่วันศุกร์ (25 ก.ย.) และระดับน้ำยังคงสูงขึ้นในช่วงเช้าที่ผ่านมา (27 ก.ย.) จนเริ่มเข้ามาถึงที่จอดรถของคอนโด ขณะที่ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ

สำหรับแนวทางบริหารจัดการและการช่วยเหลือประชาชน นายชัชชาติกล่าวว่า เน้นอัดระบายน้ำในคลองแสนแสบและคลองประเวศบุรีรมย์ จากฝั่งตะวันออกไล่ไปทางตะวันตกเพื่อออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเมื่อระดับน้ำในคลองหลักลดลงแล้ว จึงจะสามารถไล่สูบน้ำออกจากซอยย่อยต่าง ๆ ได้

ผู้ว่าฯ กทม. ยังแจ้งเตือนประชาชนให้ตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง และส่งทีมงานลงพื้นที่เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ยังติดค้างในพื้นที่ลาดกระบัง หนองจอก และมีนบุรี

.
คำบรรยายภาพ, ชาวชุมชนเคหะร่มเกล้า ช่วงสายวันนี้ (27 ก.ย.)

ช่วงเช้าวันนี้ (27 ก.ย.) ประชาชนที่พักอาศัยในเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง กทม. ต้องอาศัยเรือและเดินเท้าฝ่าน้ำท่วมสูงระดับเอวออกจากที่พักอาศัยเพื่อไปหาซื้ออาหารและของใช้จำเป็น เนื่องจากระดับน้ำในพื้นที่ยังคงท่วมสูง รถยนต์ไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้

หญิงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่แฟลต 1 ของเคหะร่มเกล้า ลากฟูกที่นอนใช้ต่างยานพานหนะลอยน้ำโดยมีคนในครอบครัวนั่งมาด้วย 2 คนเดินฝ่าน้ำระดับเอวท่ามกลางสายฝน เธอบอกว่ากำลังไปห้างบิ๊กซีเพราะตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่ได้กินข้าว เธอบอกเล่าความเดือดร้อนว่าตั้งแต่มีน้ำท่วมยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยเหลือ และคนป่วยโรคเบาหวานในบ้านที่ต้องทำแผลก็ไม่สามารถออกไปทำได้

ผู้อยู่อาศัยในเคหะร่มเกล้าบางคนยังจูงลากรถจักรยานยนต์ฝ่าน้ำระดับเอวออกมา ชายคนหนึ่งที่อยู่โซน 2 บอกว่าตรงโซนที่เขาอยู่น้ำสูงระดับหน้าอก เขาเพิ่งไปงมรถจักรยานยนต์ที่จมน้ำและลากจูงออกมาเพื่อหาที่จอดที่พ้นน้ำ

.
  • จ.นนทบุรี ยังท่วมหลายจุด

เทศบาลนครปากเกร็ด รายงานสถานการณ์ น้ำท่วมขัง บนถนนแจ้งวัฒนะของวันนี้เมื่อเวลา 9.30 น. ว่าตั้งแต่สามแยกทางเข้าเมืองทองธานีไปจนถึงบริเวณสะพานข้ามคลองประปา มีน้ำท่วมสะสมบนพื้นผิวถนนค่อนข้างสูงทั้ง 2 ฝั่ง ไม่แนะนำให้รถเล็กและรถจักรยานยนต์สัญจร ขณะที่ระดับน้ำที่ท่าน้ำปากเกร็ดอยู่ที่ 2.10 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่ในระดับเฝ้าระวัง

ประชาชนชาวนนทบุรีในย่านชุมชนที่อยู่อาศัย ยังแจ้งเหตุน้ำท่วมที่สถานการณ์ไม่คลี่คลายอีกหลายโซน เช่น ในพื้นที่หมู่บ้านประชานิเวศน์ 2-3 ซอยสามัคคี ซอยประชาชื่นนนทบุรีหลายซอย ซอยย่านถนนงามวงศ์วาน แยกพงษ์เพชรต่อเนื่องหน้าห้างเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน และบริเวณเมืองทองธานี

สถานการณ์น้ำ-ฝน ภาคตะวันออก-ภาคตะวันตก

ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงค่ำของวันเสาร์ (26 ก.ย.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าได้ส่งข้อความแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์มือถือหรือเซลล์บรอดคาสต์ (CBS – Cell Broadcast Service) ไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งครอบคลุมหลายจังหวัดภาคตะวันออก และส่วนภาคตะวันตกก็มีการแจ้งเตือนไปยังหลายอำเภอของ จ.กาญจนบุรี

ตั้งแต่เวลา 20.00 น. เศษ ของเมื่อคืนนี้ (26 ก.ย.) มีอย่างน้อยสามพื้นที่ในภาคตะวันออกที่ ปภ. ประกาศให้ขนของ/เตรียมขนของขึ้นที่สูง ได้แก่

สำหรับภาคตะวันตก มีการแจ้งเตือนหลายพื้นที่ของ จ.กาญจนบุรี ตั้งแต่ช่วง 18.00 – 21.30 น. ที่ผ่านมา (26 ก.ย.) ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ในพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยให้ยกของขึ้นที่สูง เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง และติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ได้แก่

  • อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี โดยเฉพาะ หมู่ที่ 1-21 ต.ห้วยกระเจา, หมู่ที่ 1-24 ต.ดอนแสลบ, หมู่ที่ 1-17 ต.สระลงเรือ และหมู่ที่ 1-11 ต.วังไผ่ และพื้นที่ใกล้เคียง