ฟรีวีซ่า อินเดีย-จีน : ประธานสมาคมนักธุรกิจอินเดีย-ไทย โจมตีข้อคัดค้านจากประวิตร-ดอน

ไทย นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย
Published

ประธานสมาคมนักธุรกิจอินเดีย-ไทย วิจารณ์กระทรวงการต่างประเทศ "มโน" หลังร่อนหนังสือถึงนายกฯ คัดค้านการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) เพื่อการท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย

การปล่อย "ฟรีวีซ่า" ให้นักท่องเที่ยวของ 2 ประเทศที่มีประชากรรวมกันกว่า 2.7 พันล้านคน เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการบรรเทาผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนภายในประเทศ ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการใหญ่เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 3 ด้าน หรือที่รู้จักในนาม "แพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ 3.16 แสนล้านบาท" เสนอโดยกระทรวงการคลัง และผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม เป็นประธานเมื่อ 16 ส.ค. และเตรียมนำเข้าสู่ ครม. เต็มคณะวันที่ 20 ส.ค. นี้

แม้ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการว่ารัฐบาลไทยจะปล่อย "ฟรีวีซ่า" ให้นักท่องเที่ยวจีนและอินเดียเป็นเวลานานเท่าไร ทว่าข้อเสนอจากกระทรวงการคลังคือ อนุญาตให้นักท่องเที่ยว 2 ประเทศนี้พำนักอยู่ในไทยได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน เป็นระยะเวลา 1 ปี (ต.ค. 62-ก.ย. 63) พร้อมคาดการณ์ว่ารัฐจะสูญเสียรายได้ทั้งปี 12,133 ล้านบาท

ล่าสุดรัฐมนตรีที่ไม่ได้อยู่ในวง ครม. เศรษฐกิจอย่างน้อย 2 คนออกมาคัดค้านเรื่องนี้ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ไม่เห็นด้วย" และกระทรวงการต่างประเทศก็คงไม่เห็นด้วย เพราะนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียมีประชากรจำนวนมาก ถ้าเข้ามาแล้วเกรงจะเป็นปัญหาได้

ขณะที่ บางกอกโพสต์ และ มติชน รายงานโดยอ้างหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศ ลงนามโดยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว. ต่างประเทศ ส่งตรงถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการปล่อย "ฟรีวีซ่า" ให้นักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเทศนี้ โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และเห็นว่า "การยกเว้นวีซ่าควรให้เฉพาะนักท่องเที่ยวของชาติที่มีความเสี่ยงน้อยหรือไม่มีความเสี่ยงต่อความมั่นคงในด้านต่าง ๆ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และอื่น ๆ ดังนั้นควรพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ใช่มองเฉพาะมิติกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างเดียว"

กระทรวงการต่างประเทศยังแสดงความกังวลว่าอาจเกิดปัญหานักท่องเที่ยวเข้ามากบดาน หนีภัยธรรมชาติ หนีความยากลำบาก มาตั้งหลักปักฐานอยู่ในไทย นอกจากนี้คนจีนจำนวนมากได้อาศัยช่องว่างของการท่องเที่ยวเข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทย ควบคุมกลไกตลาด เช่น สร้างโกดังเก็บสินค้าเกษตรเอง หรือทำธุรกิจท่องเที่ยวครบวงจร อีกทั้งยังทำให้รัฐต้องสูญเสียรายได้จากการเก็บค่าวีซ่า 12,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามนายอุตตม สาวนายน รมว. คลัง กล่าวว่า จะชี้แจงทำความเข้าใจกับกระทรวงการต่างประเทศ แต่ถ้ามาตรการนี้ไม่ผ่านการพิจารณาของ ครม. ชุดใหญ่ ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เนื่องจากมาตรการที่วางเป้าไว้ เป็นการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก

ไทย นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย

ท้าเปิดเผยหลักฐาน ชาวอินเดียเสี่ยงต่อความมั่นคงไทยอย่างไร

ด้านนายสาธิต เซกัล ประธานสมาคมนักธุรกิจอินเดีย-ไทย ได้แสดงความผิดหวังในท่าทีของกระทรวงการต่างประเทศ โดยชี้ว่าเป็นการสร้าง "มโนภาพ" เอาเอง พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐานที่ชี้ชัดว่านักท่องเที่ยวอินเดียมีความเสี่ยงต่อความมั่นคงของไทยอย่างไร

"ขอให้เอาสถิติมาดูว่าเลยว่าในรอบ 5 ปีนี้ นักท่องเที่ยวอินเดียเคยก่อเหตุจี้ปล้นไหม มาฆ่าคนไทย มาค้าเฮโรอีนหรือสิ่งผิดกฎหมายไหม... นี่เป็นความรับรู้แบบคนยุคโบราณที่ว่าถ้าเห็นแขกกับเห็นงู ให้ตีแขกก่อน เดี๋ยวนี้อินเดียไม่ใช่แบบ 30 ปีก่อนแล้ว ภายใน 3 ปีนี้ อินเดียกำลังจะขึ้นเป็น 1 ใน 3 มหาอำนาจของโลก แล้วมีเหตุผลอะไรที่จะไม่เปิดประเทศต้อนรับพวกเขา" นายสาธิตกล่าวกับบีบีซีไทย

นายสาธิตกล่าวต่อว่า นักท่องเที่ยวอินเดียเป็นตลาดเดียวที่เติบโตอย่างต่อเนื่องราวร้อยละ 20 ต่อปี เนื่องจากมีประชาชนที่มีกำลังซื้อราว 300 ล้านคน หรือเทียบเท่าประชากรของสหรัฐฯ ทั้งประเทศ แต่มีชาวภารตะเดินทางมาไทยเพียงร้อยละ 8 จึงถือว่ามีศักยภาพในการเติบโตได้อีก โดยเฉพาะตลาดการจัดงานแต่งและฮันนีมูน ในแต่ละปี มีชาวอินเดียแต่งงานหลายแสนครอบครัว จนโรงแรมไม่พอรองรับในฤดูแต่งงาน ทำให้เศรษฐีและอัครมหาเศรษฐีอินเดียหันไปจัดงานแต่งงานในต่างประเทศ และกลาย "มาตรฐานการใช้ชีวิตขั้นพื้นฐาน" ของคนกลุ่มนี้ ก็จะขนคนมาที 300-400 คน และมาพักแรม 7 วัน 7 คืน ใช้จ่ายเงินราว 50 ล้านบาท/กลุ่ม ส่วนสาเหตุที่เลือกประเทศไทย เพราะค่าโรงแรมหรูห้าดาวและอาหารในไทยถูกกว่าในอินเดียเกินครึ่ง อีกทั้งกิจกรรมการท่องเที่ยวในไทยยังครอบคลุมคนทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ต้องการชอปปิ้ง และกลุ่มครอบครัว

อินเดีย

นอกจากนักท่องเที่ยวระดับสูง นายสาธิตอ้างว่ามีกลุ่มที่เขาเรียกว่า "กองทัพมด" ราว 5 พันคน เดินทางมาไทยเดือนละครั้ง พกเงินมา 5 แสนบาทเพื่อซื้อสินค้าของไทยไปขายที่อินเดีย ทำให้เศรษฐกิจย่านประตูน้ำ โบเบ๊ สำเพ็ง ได้ลูกค้าเป็นชาวต่างชาติ ดังนั้นจึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศคิดถึงผลประโยชน์ที่ประเทศจะได้รับ มากกว่ามาคิดเรื่องค่าวีซ่าที่หายไปหัวละพันกว่าบาท

ทำไมต้องปล่อย "ฟรีวีซ่า" ให้นักท่องเที่ยวอินเดีย

  • มีประชากรเป็นอันดับ 2 ของโลก หรือกว่า 1,300 ล้านคน
  • มีมหาเศรษฐีมากเป็นอันดับ 8 ของโลก หรือ 82 คน ถือครองทรัพย์สินรวมกัน 2.84 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • จีดีพีโตเป็นอันดับ 5 ของโลก เฉลี่ยปีละ 7%
  • ตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศโต เฉลี่ยปีละ 10-11%
  • ภายในปี 2563 คาดมีคนอินเดียเดินทางไปเที่ยวทั่วโลก 50 ล้านคน

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, CEOWORLD magazine's Rich List Index: The World's 100 Billionaires; Meet The Richest People On Earth, worldpopulationreview

ไทย นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย
คำบรรยายภาพ, พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ไทย ทักทายนายนเรนทรา โมดี นายกฯ อินเดีย ขณะเยือนอินเดียเมื่อปี 2559

นายสาธิตเป็นนักธุรกิจชาวอินเดียที่เข้ามาปักหลักใช้ชีวิตอยู่ในไทยนาน 71 ปี และอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องขอสัญชาติไทย เขาเคยขึ้นไปกล่าวแสดงความ "รักประเทศไทย" บนเวทีการชุมนุมของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

ส่วนหนังสือกระทรวงการต่างประเทศที่อ้างถึงปัญหาคนจีนจำนวนมากอาศัยช่องว่างของการท่องเที่ยวเข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทยนั้น นายสาธิตขออย่านำนักท่องเที่ยวของ 2 ประเทศนี้มาเปรียบเทียบกันแบบ "เหมาเข่ง" เพราะพฤติกรรมและพื้นฐานของนักท่องเที่ยวในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

"เขากลัวหรือว่าจะมีคนจนอินเดียเข้ามา แล้วทำพรมโรงแรมสกปรก ลองไปถามผู้ประกอบการก่อนว่ามีไหมโรงแรมที่ชาวภารตะมาพักแล้วสกปรก ที่ผมพูดนี่ ไม่ใช่ต้องการปกป้องอินเดียนะ เพราะผมรักประเทศไทยมากกว่าอินเดีย แต่ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย วันนี้ไทยต้องการนักท่องเที่ยว เพราะเศรษฐกิจภายในประเทศ การบริโภคในประเทศต่ำมาก"

ประธานสมาคมนักธุรกิจอินเดีย-ไทยกล่าวด้วยว่า ไม่ต้องกังวลว่าชาวภารตะที่เป็นกรรมกรจะมาขายแรงงานในไทยเพื่อรับค่าแรงวันละ 300 บาท เพราะพวกเขาเดินทางไปยังประเทศในตะวันออกกลาง อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ได้ค่าแรง 30,000-70,000 บาท/เดือน

ไทย นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย

11 ประเทศเป้าหมายของนักท่องเที่ยวอินเดีย

รายงานวิเคราะห์ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียปี 2562 โดย Renub Research analysis เผยแพร่เมื่อ พ.ค. 2562 คาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2567 ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียจะมีมูลค่า 42 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ในการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกของชาวอินเดีย นิยมไปประเทศในแถบเอเชีย เนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากอินเดียและมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าประเทศตะวันตก ส่วนในการเดินทางระยะไกล ชาวอินเดียมักไปสหรัฐฯ ออสเตรเลีย, ยุโรป, นิวซีแลนด์และอื่น ๆ

สิงคโปร์ ไทย และสหรัฐ เป็น "ประเทศยอดนิยม" ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย

สำหรับประเทศที่เป็นเป้าหมายในการเดินทางของชาวภารตะตามรายงานนี้ ประกอบด้วย 1. สิงคโปร์ 2. ไทย 3. สหรัฐฯ 4. ฮ่องกง 5. สหราชอาณาจักร 6. ออสเตรเลีย 7. จีน 8. แคนาดา 9. ญี่ปุ่น 10. แอฟริกาใต้ 11. เกาหลีใต้

ไทย นักท่องเที่ยว จีน อินเดีย

หวังใช้ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียลดผันผวนทัวร์จีนหาย

นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เคยสรุปสถานการณ์ด้านการท่องเที่ยวในช่วงครึ่งแรก (ม.ค.-มิ.ย. 2562) พบอัตราการขยายตัว 2% หรือสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวให้ประเทศ 1.55 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น นักท่องเที่ยวต่างชาติ 19.6 ล้านคน สร้างรายได้ 1.01 ล้านล้านบาท และนักท่องเที่ยวไทย 76 ล้านคน/ครั้ง สร้างรายได้ 5.4 แสนล้านบาท

นอกจากนี้มีการคาดการณ์ว่า ตลอดทั้งปี 2562 ตัวเลขการท่องเที่ยวจะขยายตัว 4.3% หรือมีรายได้จากการท่องเที่ยวราว 3.2 ล้านล้านบาท

กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ระบุด้วยว่า นักท่องเที่ยวชาวอินเดียประมาณ 1.8 แสนคนได้เดินทางมาไทยช่วงเดือน มิ.ย. ทั้งที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว ถือเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ คิดเป็นการขยายตัว 22.2% และบอกด้วยว่า นักท่องเที่ยวอินเดียเป็น "นักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของไทย" เพราะใช้จ่ายในการเดินทางเฉลี่ย 50,000 บาท/คน/ครั้ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่ใช้จ่ายประมาณ 45,000 บาท/คน/ครั้ง จึงคาดหวังว่าการขยายตัวของตลาดนักท่องเที่ยวอินเดีย จะช่วยลดความผันผวนของรายได้จากการท่องเที่ยวในตลาดนักท่องเที่ยวจีน