เลือกตั้ง 2562 : "เผือกร้อน" การต่างประเทศ 3 ก้อน ในมือรัฐบาลใหม่

"ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" (Advancing Partnership for Sustainability) คือแนวความคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรัฐประหาร ประกาศไว้ในพิธีรับมอบตำแหน่งต่อจากสิงคโปร์เมื่อ พ.ย. ที่ผ่านมา
คำบรรยายภาพ, "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" (Advancing Partnership for Sustainability) คือแนวความคิดหลักของการเป็นประธานอาเซียนของไทย ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรัฐประหาร ประกาศไว้ในพิธีรับมอบตำแหน่งต่อจากสิงคโปร์เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา
Published

นักการทูตและนักวิชาการด้านการต่างประเทศหลายคน เห็นพ้องว่า ถ้าหากการเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 2562 ส่งผลให้ได้คนชุดเดิมกลับมาบริหารประเทศอีกครั้งหนึ่ง การดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน หรือ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศไทยในปีนี้ จะไม่มีความหมายอะไรมากไปกว่า การทำงานแบบกิจวัตรประจำวันเพื่อการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาจัดประชุมเท่านั้น

พวกเขาเห็นว่า ประเด็น "เผือกร้อน" ของภูมิภาค 3 ลูก ที่ประธานอาเซียนจะต้องมีบทบาทแข็งขันร่วมผลักดัน คือ ปัญหาผู้อพยพโรฮิงญา, หลักปฏิบัติ (code of conduct) ของการใช้พื้นที่ในทะเลจีนใต้ และ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership—RCEP) นั้นคงจะหาความก้าวหน้าอะไรไม่ได้มากนักภายใต้ "เหล้าเก่าในขวดใหม่"

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรัฐประหาร ประกาศไว้ในพิธีรับมอบตำแหน่งประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมาว่า แนวคิดหลัก (theme) ของการเป็นประธานอาเซียนของไทยคือ "ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน" (Advancing Partnership for Sustainability) แต่นักวิชาการด้านต่างประเทศบางคนตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้

"สิ่งที่ พล.อ. ประยุทธ์พูด เช่น เรื่องการเชื่อมโยง (connectivity) และความยั่งยืน นั้นเป็นเรื่องเพ้อฝันที่ตัวคนพูดเองก็ยังไม่รู้ว่าจะปฏิบัติให้เป็นจริงได้อย่างไร" อุกฤษฎ์ ปัทมานันท์ ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางลุ่มแม่น้ำโขง สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวกับบีบีซีไทย

เปลี่ยนผ่านจะราบรื่น?

ดร. ดุลยภาค ปรีชารัชช ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ระยะเวลาการเป็นประธานอาเซียนสัมพันธ์ทับซ้อนกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองนั่นคือการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งหากการเปลี่ยนผ่านมีความราบรื่นไม่มีความรุนแรงทางการเมืองจะส่งผลดีต่อการจัดประชุมหลายครั้งที่จะมีในไทย แต่หากการเปลี่ยนผ่านขรุขระหรือมีเหตุประท้วงก็อาจส่งผลต่อความพร้อมหรือเสถียรภาพของรัฐเจ้าภาพในการจัดประชุม

มีความวิตกกังวลว่าการล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน แบบที่ นปช. ทำเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2552 อาจเกิดขึ้นได้อีก หากผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย
คำบรรยายภาพ, มีความวิตกกังวลว่าการล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน แบบที่ นปช. ทำเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2552 อาจเกิดขึ้นได้อีก หากผลการเลือกตั้งไม่เป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย

ปกติแล้วกลุ่มอาเซียนจะจัดการประชุมสุดยอด 2 ครั้งในรอบ 1 ปี คือครั้งแรกเป็นการประชุมภายในของกลุ่มจะเกิดขึ้นตอนต้นปี ราวเดือน มี.ค. หรือ เม.ย. เพื่อให้ผู้นำได้หารือว่ามีเรื่องใดบ้างที่จะต้องดำเนินการตลอดปี และการประชุมสุดยอดปลายปี ซึ่งจะตกราวเดือน พ.ย.

แหล่งข่าวในกระทรวงการต่างประเทศเปิดเผยว่า แรกทีเดียวไทยกำหนดการประชุมสุดยอดครั้งแรกวันที่ 22-23 มิ.ย. แต่เมื่อคำนึงถึงการเลือกตั้งที่อาจมีการเลื่อนออกไป คาดว่าการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 34 น่าจะเกิดขึ้นได้ราวปลายเดือน ก.ค. หรือต้นเดือน ส.ค. 2562

"ถ้ามีการเลือกตั้ง 24 ก.พ. จริง กว่าจะตั้งรัฐบาลเสร็จอาจจะ เม.ย. แต่ถ้าต้องรอให้ทุกอย่างนิ่งจริง ๆ เดือน มิ.ย. คงไม่ทัน" แหล่งข่าวกล่าว

ทำไมไม่เลื่อน

นักการทูตในประเทศอาเซียนรายหนึ่ง แสดงความวิตกกังวลว่า เหตุการณ์แบบปี 2552 คือการชุมนุมประท้วงระหว่างการที่รัฐบาลไทยทำหน้าที่ประธานอาเซียน อาจเกิดขึ้นได้อีก ถ้าผลการเลือกตั้งไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย

"เราสงสัยว่า ทำไมประเทศไทยไม่ขอเลื่อนการเป็นประธานอาเซียนออกไปก่อนเหมือนเช่นที่ประเทศสมาชิกอื่นเคยทำ เลือกตั้งเสร็จแล้วค่อยมาทำหน้าที่ประธานก็ยังได้" นักการทูตจากประเทศอาเซียนกล่าวกับบีบีซีไทย

หย่อนบัตรเลือกตั้ง

อุกฤษฎ์ เสริมว่า รัฐบาลไทยไม่ควรสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองแบบนี้จนกระทั่งไปกระทบต่อการทำหน้าที่ประธาน และนี่เป็นสิ่งที่กระทบต่อความน่าเชื่อถือทางการเมืองระหว่างประเทศของไทยอย่างมาก

"การที่รัฐมนตรีต่างประเทศปฏิเสธผู้สังเกตการณ์จากต่างประเทศ ยิ่งเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือต่อภาพลักษณ์ของไทยอย่างรุนแรง... อย่างนี้แล้วใครจะคาดหวังอะไรจากการเป็นประธานอาเซียนของไทยได้" นักวิจัย (เชี่ยวชาญพิเศษ) ระดับ 10 ซึ่ง เทียบเท่าตำแหน่ง ศาสตราจารย์ กล่าว

สัมพันธ์ทหารไทยกับเมียนมากับปัญหาโรฮิงญา

กอบศักดิ์ ชุติกุล อดีตนักการทูตและนักการเมืองผู้เคยอยู่ในคณะกรรมการที่ปรึกษาเรื่องวิกฤตการณ์รัฐยะไข่ให้กับรัฐบาลออง ซาน ซู จี แห่งเมียนมา กล่าวว่า ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะประธานอาเซียนหรือไม่ ไทยก็ไม่สามารถมีบทบาทมากนักในการแก้ปัญหานี้ เพราะทหารไทยกับทหารเมียนมามความใกล้ชิดกันมาก มีปัญหาชายแดนที่จะต้องแก้ร่วมกัน ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นทำให้ไทยมีความเกรงใจเมียนมามากเกินกว่าจะกดดันในเรื่องนี้ได้ แม้ว่าสถานะของอองซานซูจีในสายตาต่างประเทศได้ตกต่ำลงมากแล้ว

ดุลยภาค ระบุว่า ประเทศไทยอาจต้องเล่นบทบาทหนักขึ้นในเรื่องโรฮิงญา โดยต้องระมัดระวังในการจัดสมดุลระหว่างรัฐบาลเมียนมากับรัฐบาลอื่นที่แสดงท่าทีสนับสนุนมุสลิม-โรฮิงญา โดยเฉพาะมาเลเซียและอินโดนีเซีย
คำบรรยายภาพ, ดุลยภาค ระบุว่า ประเทศไทยอาจต้องเล่นบทบาทหนักขึ้นในเรื่องโรฮิงญา โดยต้องระมัดระวังในการจัดสมดุลระหว่างรัฐบาลเมียนมากับรัฐบาลอื่นที่แสดงท่าทีสนับสนุนมุสลิม-โรฮิงญา โดยเฉพาะ มาเลเซียและอินโดนีเซีย

"ถ้าไทยในฐานะประธานอาเซียนทำอะไรไม่ได้เลย แรงกดดันจากประเทศตะวันตกและสหประชาชาติจะทับถมทวีมากขึ้น หลังจากที่มีการหยิบยกประเด็นเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ขึ้นมา ทั้งในเวทียูเอ็นและสภาคองเกรสของสหรัฐ ฯ" กอบศักดิ์ กล่าว

ดุลยภาค ซึ่งเชี่ยวชาญกิจการเมียนมา กล่าวว่า ประเทศไทยอาจต้องเล่นบทบาทหนักขึ้นในเรื่องโรฮิงญา โดยต้องระมัดระวังในการจัดสมดุลระหว่างรัฐบาลเมียนมากับรัฐบาลอื่นที่แสดงท่าทีสนับสนุนมุสลิม-โรฮิงญา โดยเฉพาะ มาเลเซียและอินโดนีเซีย วิกฤตโรฮิงญาส่งผลกระทบในวงกว้าง มิใช่แค่การดุลอำนาจระหว่างกองทัพกับพลเรือนหรือการชะลอตัวของกระบวนการสันติภาพในเมียนมาเท่านั้น แต่รวมถึงการแสดงท่าทีและบทบาทของนานาชาติ เช่น จีน อินเดีย ตะวันตกและโลกมุสลิม ซึ่งความซับซ้อนของสถานการณ์ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำหรับไทยในฐานะประธานอาเซียน

อิทธิพลของจีน

เรื่องทะเลจีนใต้และความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจนั้น เกี่ยวข้องกับบทบาทของจีนในภูมิภาคนี้โดยตรง กลุ่มอาเซียนและจีนอาจจะสามารถจัดทำตัวบทเพื่อการเจรจาเรื่อง code of conduct ในทะเลจีนใต้ให้แล้วเสร็จได้ภายในปี 2562 ในห้วงเวลาที่ไทยเป็นประธาน แต่ศาสตราจารย์ เคน จินโบ จากมหาวิทยาลัย เคโอะ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ code of conduct จะถูกตีความตามแนวทางของจีน เพื่อกีดกันประเทศนอกภูมิภาคไม่ให้มีกิจกรรมทางทหารในทะเลจีนใต้

จินโบ บอกว่า คำว่าเสรีภาพในการเดินเรือนั้นเป็นหลักการที่ทุกประเทศ เห็นร่วมกันตามสนธิสัญญากฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติอยู่แล้ว แต่การตีความของจีนนั้นหมายถึงว่า กิจกรรมทางทหารเช่น การซ้อมรบ การหาข่าวกรอง เป็นภัยคุกคามเสรีภาพในการเดินเรือ นั่นหมายความว่า สหรัฐ ญี่ปุ่น ออสเตรเลียจะมีปัญหากับการตีความแบบนี้

การประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2561
คำบรรยายภาพ, การประชุมสุดยอดความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2561

ส่วนเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ RCEP นั้น แหล่งข่าวนักการทูตของไทย มองว่า คงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงอะไรกันได้ในห้วงระยะเวลาที่ไทยเป็นประธาน เพราะ ท่าทีของอินเดียคืออุปสรรคสำคัญ ยิ่งจีนผลักดันมากเท่าไหร่ อินเดียยิ่งต่อต้านมากเท่านั้น อีกทั้งท่าทีของอาเซียนทั้งมวลก็ยังไม่ได้เป็นเอกภาพมากนัก

มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่า มาเลเซียจะไม่ลงนามในข้อตกลงนี้หากว่า ประเทศยากจนในกลุ่มไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมและไม่มีมาตรการปกป้องคุ้มครองประชาชนรายย่อย

"บริษัทธุรกิจขนาดใหญ่คงชอบเพราะได้ประโยชน์ แต่ประชาชนตัวเล็ก ๆ ล่ะจะได้อะไรจากความตกลงนี้" นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไทยเมื่อปลายปีที่แล้วระหว่างเยือนกรุงเทพฯ

สหรัฐฯ vs จีน

นักวิชาการด้านการเมืองระหว่างประเทศและนักการทูต เห็นว่า สิ่งที่เป็นความท้าทายที่สุดของกลุ่มอาเซียนในศตวรรษนี้คือ การแข่งขันทางอำนาจระหว่างจีนและสหรัฐฯ ผ่านยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (One Belt One Road) และอินโด-แปซิฟิก ที่มหาอำนาจใหญ่ทั้งสองชูขึ้นมาและใช้เป็นแนวในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับอาเซียนในปัจจุบัน

อุกฤษฎ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า อาเซียนยังไม่สามารถหาจุดยืนร่วมกันได้ว่าจะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร ประเทศไทยในฐานะประธานดูเหมือนจะยิ่งมีจุดอ่อนเรื่องนี้มาก เนื่องจากรัฐบาลไทยชุดปัจจุบันมองยุทธศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วยมิติความมั่นคงด้านการทหารแบบเดียวเท่านั้น

สหรัฐฯ - จีน

เขาเสริมว่า การรับมือกับเรื่องนี้ต้องการผู้นำที่มีวิสัยทัศน์แจ่มชัด สามารถมองสถานการณ์โลกได้ชัดเจนพอจะกำหนดยุทธศาสตร์และท่าทีของกลุ่มอาเซียนได้

"เราไม่มีผู้นำแบบนั้น เรามีแต่ผู้นำที่มีอำนาจแต่ขาดสติปัญญา"

การเลือกตั้งทั่วไปที่กำหนดไว้ในปลายเดือน ก.พ. นี้ ก็ถูกตั้งคำถามถึงความบริสุทธิ์ ยุติธรรม ที่จะดำเนินไป จนมีหลายฝ่ายสงสัยว่า ประเทศไทยจะได้ผู้นำชุดเดิมเข้ามาสู่ตำแหน่งอีก

โครงการรถไฟแบบ 1 แถบ 1 เส้นทาง

"ผมไม่คิดว่าประเทศไทยจะได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และศักยภาพพอที่จะนั่งลงคุยกับคนอย่าง มหาเธร์ แห่งมาเลเซีย และ นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง แห่งสิงคโปร์ ได้อย่างเท่าเทียม ยิ่งไม่ต้องคิดว่าจะแสดงบทบาทนำได้ในฐานะประธาน ในระดับที่จะบอกได้ว่าอาเซียนจะเอาอย่างไรกับจีน จะทำอย่างไรกับการแข่งขันทางอำนาจของมหาอำนาจ จะรับมือกับยุทธศาสตร์ อินโด-แปซิฟิก ของสหรัฐฯ กันอย่างไร" กอบศักดิ์ อดีตอธิบดีหลายกรมในกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวทิ้งท้าย

ไทยพร้อมเป็นปธ.อาเซียนแม้การเลือกตั้งยังไม่สรุปวัน

น.ส. บุษฎี สันติพิทักษ์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวกับบีบีซีไทยได้ว่า แม้ว่าการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2562 จะยังไม่ได้กำหนด แต่ประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียนได้มีการเตรียมความพร้อมล่วงหน้ามาสักระยะแล้ว จึงไม่มีความกังวล ส่วนการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนนั้น ยังไม่มีการกำหนดช่วงระยะเวลาอย่างแน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยในฐานะประธานอาเซียน ก็มีความพร้อมที่จะจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนได้

ส่วนกรณีการจัดการวิกฤตการณ์โรฮิงญานั้น เรื่องนี้ก็เป็นหนึ่งในวาระที่มีความสำคัญหลัก โดยในระหว่างวันที่ 17-18 ม.ค. นี้ ไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่ จ. เชียงใหม่ โดยจะนำประเด็นเรื่องนี้เข้าหารือในการประชุมด้วย รวมไปถึงการประกาศนโยบายสำคัญ เพื่อกำหนดทิศทางและท่าทีร่วมในการขับเคลื่อนอาเซียนต่อไปในปี 2562

นอกจากประเด็นดังกล่าว โฆษกกระทรวงต่างประเทศยังบอกว่า กรอบความร่วมมือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจ RCEP หรือเรื่องอิทธิพลของจีน ก็จะนำมาหารือกันด้วยเพื่อทำให้ภูมิภาคอาเซียนพัฒนาเศรษฐกิจทั้งด้านการค้า บริการและการลงทุนได้ตามแผนที่กำหนด

Presentational grey line
แบนเนอร์เลือกตั้ง

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562