“ไพร่หมื่นล้าน” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กับ “โรดแมป” การเมือง

คำบรรยายวิดีโอ, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
    • Author, หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • Published
  • เวลาอ่าน: 3 นาที

หนึ่งในนักธุรกิจที่ชอบคิดการใหญ่และสนุกกับการบริหารความเสี่ยง ต้องยกให้ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้เคยลั่นวาจาไว้ว่าพร้อมเล่นการเมืองหากจำเป็น ท่ามกลางโรดแมปเลือกตั้งที่เลื่อนไปเรื่อย ๆ บีบีซีไทยชวนเขาเปิดโรดแมปชีวิต เช็คโอกาสที่ "ไพร่หมื่นล้าน" จะผันตัวเป็น "นักการเมืองสตาร์ทอัพ"

ในโลกธุรกิจ.. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รองประธานกรรมการบริหาร ไทยซัมมิท กรุ๊ป ตั้งเป้านำรายได้ไทยซัมมิททะยานสู่ตัวเลข 1.1 แสนล้านบาท ในปี 2564 หลังคร่ำหวอดอยู่ในแวดวงธุรกิจประกอบชิ้นส่วนรถยนต์และรถจักรยานยนต์มานาน 18 ปี

ในโลกนักผจญภัย.. ธนาธรผู้หลงใหลในกิจกรรมผจญภัยทุกรูปแบบ ประกาศพา 10 คนไทยสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการปักธงไตรรงค์ที่ขั้วโลกใต้เป็นกลุ่มแรก-เป็นประเทศที่ 19 ในเดือน พ.ย. 2561 นี้ ภายใต้โครงการ TJ's True South เพื่อจุดประกายให้เกิดวัฒนธรรมการแสวงหา การเผชิญโลกภายนอก ที่สำคัญคือการไปยืนอยู่ในจุดที่ยังไม่เคยมีใครไปถึง

"ผมคิดว่าเป้าหมายต้องยาก ท้าทาย และมีความหมาย เป้าหมายง่าย ๆ มันไม่ค่อยมีประโยชน์อะไร เดินทางไปขั้วโลกใต้ยากแน่นอน ท้าทายแน่นอน และมีความหมายเพราะยังไม่มีคนไทยไปถึง เอเวอร์เรสต์มีคนไทยเคยไปถึงแล้ว ที่มันมีความหมายเพราะสามารถจุดประกายเล็ก ๆ ว่าเรื่องที่ยากขนาดนี้ ยังเคยมีคนคิดทำ" ธนาธรกล่าวกับบีบีซีไทย ก่อนออกเดินทางครั้งใหม่ไปยังจุดใต้สุดของโลก

ธนาธร "ปีนเดี่ยว" ภายในวันเดียวขึ้นสู่ยอดเขาทูปคาลอด
คำบรรยายภาพ, วันแรกของปี 2561 ธนาธร "ปีนเดี่ยว" ภายในวันเดียวขึ้นสู่ยอดเขาทูปคาลอดแห่งเทือกเขาแอตลาสซึ่งสูงที่สุดในโมรอคโคและทวีปแอฟริกาตอนเหนือ

ในฐานะคนชอบเสี่ยง การสัมผัสชีวิตที่อยู่อีกเพียงก้าวเดียว ณ ขอบเหว ไม่เพียงเป็นบททดสอบความกลัวและความกล้าในจิตใจ แต่ยังทำให้ค้นพบศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเอง

ทว่าเกือบครึ่งชีวิต ของนักธุรกิจหนุ่ม-นักผจญภัยวัย 39 ปีผู้นี้ โลกที่เขาไม่เคยละทิ้งความสนใจ-ไม่เคยหยุดแสวงหาคือโลกการเมือง ถึงขั้นเคยประกาศพร้อมเล่นการเมือง "ถ้าจำเป็น และถ้ามีสถานการณ์"

น่าสนใจว่ามีเหตุ-ปัจจัยอะไรที่จะทำให้เขากระโจนสู่การเมือง ในจังหวะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมเปิดให้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคการเมืองใหม่ตั้งแต่ 1 มี.ค. นี้

คำตอบของธนาธรคือ "ต้องรอดูพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้งหมดก่อน ขณะนี้ยังไม่เห็นภาพที่ชัดเจนในการตัดสินใจ"

"ภารกิจที่ต้องทำ" ในเวทีเลือกตั้ง

ประชาชนหนุน พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อ 27 พ.ค. 57
คำบรรยายภาพ, ประชาชนบางส่วนแสดงออกในทางสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หลังก่อรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557

3 ปี 9 เดือน ภายใต้สถานการณ์ "การเมืองปิด" หลังการยึด-กุมอำนาจโดยรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อนาคตการเลือกตั้งยังไม่แน่ชัดแม้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นฉบับ "เกลียด-กลัว-กีดกัน"นักการเมือง หลายคนมองไม่เห็นโอกาสสำหรับนักการเมืองหน้าใหม่ โดยเฉพาะขั้วตรงข้าม คสช. แต่ธนาธรผู้อ่านรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540, 2550 และ 2560 เป็นงานอดิเรก เห็นต่าง

"ผมคิดว่าโอกาสมี ที่สำคัญมันไม่ใช่โอกาสด้วย มันเป็นภารกิจที่ต้องทำ" เขาระบุ

ธนาธรขยายความว่า ขณะนี้สังคมไทยมีปัญหาหนักและเป็นวิกฤตรุนแรงกว่าครั้งไหน ๆ นับจากปฏิวัติสยาม 2475 เป็นต้นมา หัวใจของวิกฤตครั้งนี้คือการไม่มีฉันทามติว่าจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ต่างจากสังคมตะวันตกที่มีค่านิยมเรื่องสิทธิมนุษยชน 1 คน 1 เสียงเท่ากัน เป็นประชาธิปไตย หล่อหลอมให้ทุกคนอยู่ร่วมกันได้

"ถ้าคุณเชื่อในอะไรบางอย่างที่เรียกว่าค่านิยมสากล คุณก็ต้องเชื่อว่าอำนาจในการปกครองประเทศเป็นของประชาชน" ธนาธรคิดดัง ๆ แต่สิ่งที่เขาเห็นคือมีคนหลากหลายกลุ่มออกมาสนับสนุนให้รัฐบาลรัฐประหารอยู่ต่อ โดยปฏิเสธจะพูดถึงข้อเท็จจริงเรื่องปัญหาความขัดแย้งที่ยังไม่ถูกจัดการ

แผ่นพับของนักศึกษา "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่"
คำบรรยายภาพ, แผ่นพับที่จัดทำโดยนักศึกษา "ขบวนการประชาธิปไตยใหม่" ถูกนำมาใช้รณรงค์ให้ประชาชนไปลงประชามติไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559

"รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 เราสามารถเรียกได้ว่าเป็นภาคสองของระบอบ คสช. ซึ่งจะไม่ได้จบที่การเลือกตั้ง ระบอบ คสช. จะอยู่กับเราตราบเท่าที่รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 อยู่ การดำรงอยู่ของ คสช. ไม่ได้แก้ปัญหา สิ่งที่เราเห็นความสงบสุข เป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้นเอง"

นี่คือเหตุผลที่นำมาสู่บทสรุปของธนาธรที่ว่า ผู้รักในสิทธิเสรีภาพต้องยืนหยัดเพื่อสร้างค่านิยมประชาธิปไตย คนหนุ่มสาวต้องมีพื้นที่ยืนทางการเมืองในเวทีเลือกตั้งเพื่อเรียกร้องอนาคตที่สูญเสียไปจากความขัดแย้งในรอบ 12 ปีที่ผ่านมา

ข้าม Facebook โพสต์

ไม่มีเนื้อหานี้

ดูเพิ่มเติมที่ Facebookบีบีซี. บีบีซีไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อเนื้อหาของเว็บไซต์ภายนอก. นโยบายของเราเรื่องการเชื่อมต่อไปยังลิงก์ภายนอก.

สิ้นสุด Facebook โพสต์

"ผมคิดว่ามันจำเป็นต้องทำ เราไม่สามารถยืนอยู่เฉย ๆ แล้วเฝ้าดูสังคมไทยล่มสลายไปต่อหน้าต่อตาได้อีกต่อไป" คำกล่าวที่คล้ายเป็นคำเฉลยอนาคตของนักธุรกิจหนุ่มรายนี้

ชวนสนับสนุนนักการเมือง "สตาร์ทอัพ" กับความเสี่ยงสูงสุด

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้แต่นักการเมืองอาชีพยัง "เสียเพื่อน-เสียพรรค-เสียนาย" ในจังหวะที่การเมืองรบพุ่ง แล้ว "นักการเมืองสตาร์ทอัพ" ไม่เสี่ยงเสียเงิน-เสียชื่อหรือ ? นักธุรกิจหมื่นล้านแย้งทันควันว่าอย่าไปปรามาสเขา คนที่ตั้งใจเข้ามาทำงาน คณิตศาสตร์ทางการเมืองพวกนี้ เขาดีดลูกคิดมาหมดแล้ว ถ้าเขาพร้อมที่จะรับความเสี่ยง เราต้องสนับสนุนเขา

ในฐานะนักบริหารความเสี่ยง ธนาธรประเมินว่าความเสี่ยงสูงสุดสำหรับคนหน้าใหม่ที่จะก้าวเข้าสู่โลกการเมือง คือการท้าชนกับชนชั้นนำที่มีพลังอำนาจเหนือกว่าประชาชนทั่วไป

"ถ้าเราจะเดินไปข้างหน้า เราปฏิเสธไม่ได้หรอกที่จะต้องทิ้งสัมภาระบางอย่างที่หนัก ล้าหลัง และไม่สอดรับกับโลกที่มันหมุนไป บางทีจำเป็นต้องตัดอะไรพวกนี้ออก มันหลีกไม่พ้นในระดับหนึ่งที่คุณจะต้องชนกับผู้สูญเสียประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและทางอำนาจการเมือง กับการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมที่ดีขึ้นที่เราอยากเห็น มันหนีไม่พ้นหรอกที่คุณต้องชน ปัญหาคือคนกลุ่มนี้ที่มีอำนาจเหนือกว่าประชาชนธรรมดา ตรงนี้คือความเสี่ยง เมื่อคุณไปแตะต้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เมื่อคุณไปแตะต้องที่มาของอำนาจคนเหล่านี้ นี่คือความเสี่ยงสูงที่สุด" เขากล่าว

ป๋าเปรมเปิดบ้านให้ ครม.อวยพร สงกรานต์ปี 2560
คำบรรยายภาพ, การเข้าขอพรจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ของบรรดา ครม. และ ผบ.เหล่าทัพ ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่เกิดขึ้นในเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์

จาก "แนวกันชน" สมัชชาคนจน ถึงฉายา "ไพร่หมื่นล้าน"

ย้อนไปปี 2543 ภาพนักศึกษาหนุ่มผมยาว-มาดเซอร์ยืนเป็น "แนวกันชน" ระหว่างกลุ่มสมัชชาคนจนกับตำรวจหน้าทำเนียบรัฐบาล ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์หลายฉบับ ทราบในภายหลังว่านักศึกษาคนนั้นชื่อธนาธร ผู้เป็นรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และทายาทของอาณาจักรไทยซัมมิทนั่นเอง

เมื่อความคิดขบถเริ่มก่อตัว พร้อม ๆ กับการเติบโตของขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสต่อต้านโลกาภิวัตน์แบบโรแมนติก และการเชิดชูวาทกรรมท้องถิ่นนิยมเพื่อต่อต้านเสรีนิยม เด่นชัดอย่างยิ่งในสังคมไทยหลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" เมื่อปี 2540 ธนาธรจึงโดดไปร่วมเคลื่อนไหวการเมืองบนท้องถนนร่วมกับ "คนข้างล่าง" อีกหลายกลุ่ม เป็นช่วงเวลาที่เขานิยามว่า "ทะเลาะกับพ่อแม่บ่อยที่สุด" ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร ก่อนที่ทุกอย่างจะสงบลงเมื่อต้องเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ และกลับมาเป็นผู้บริหารหมายเลข 2 ของอาณาจักรไทยซัมมิทหลังบิดาเสียชีวิตลง ต้องสวมสูท-ผูกเนคไท

ชุมนุมใหญ่พธม. 14 มี.ค. 2549
คำบรรยายภาพ, กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมขับไล่รัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นาน 193 วัน ก่อนยุติเกมการเมืองบนท้องถนน เมื่อเกิดรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ระหว่างนั้น พันธมิตรฯ ได้ออกแถลงการณ์ขอพึ่งพระบารมี ด้วยการขอพระราชทานนายกฯ ตามมาตรา 7

ถึงวันนี้ ธนาธรยอมรับว่าความคิดทางการเมืองเปลี่ยนไปมากหลังเห็นโลกกว้างขึ้น-ลึกขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมองผ่านรัฐประหาร 19 ก.ย. 2549 ที่เขาชี้ว่าเป็นการเผยธาตุแท้ของกลไก "อประชาธิปไตย" ที่ฝังลึกอยู่ในสังคมไทย

"ผมว่าองค์ประกอบที่เป็นอประชาธิปไตยทั้งหมดในสังคมไทย มันน่าจะมารวมอยู่แถว ๆ ช่วงการชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แล้วก็มีการชูเรื่องใช้มาตรา 7 (ขอนายกฯ พระราชทาน) เข้ามาจัดการกับปัญหาการเมืองตอนนั้น"

ทว่าสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปของเขาคือการจัดตัวเองอยู่ในกลุ่ม "คนข้างล่าง" กลายเป็นที่มาของฉายา "ไพร่หมื่นล้าน" ที่ได้ติดตัวในช่วง นปช. เปิดฉากทำสงคราม "ไพร่-อำมาตย์" เมื่อปี 2553

"ถ้ามีอำนาจต้องถูกตรวจสอบ ลงโทษ และถอดถอนได้ แต่มีคนกลุ่มหนึ่งในประเทศที่มีอำนาจ แต่ไม่ผ่านกระบวนการเหล่านี้ ดังนั้นโดยนิยาม พวกนี้คืออำมาตย์ คือคนที่มีอำนาจ แต่ไม่ยึดโยงกับประชาชน สำหรับผม ต่อให้รวยแค่ไหน ถ้าไม่มีอำนาจเหนือคนทั่วไปก็คือไพร่" ธนาธรย้ำ

ในปี 2556 สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกลุ่มไทยซัมมิท ผู้เป็นมารดาของธนาธร ได้รับการจัดอันดับโดยนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 25 ของไทย ด้วยทรัพย์สินมูลค่า 2.34 หมื่นล้านบาท

แท้จริงแล้วการเมืองในอุดมคติของธนาธรเป็นอย่างไร เขาตอบว่า ไม่มี เพราะเป็นสิ่งที่ต้องพูดกันหลังจากสถาปนาความเป็นประชาธิปไตยคืนสังคมไทยแล้ว

"ปัญหาคือวันนี้มันไม่มีเวทีสำหรับทุกคน คนที่คิดแบบเดียวกับ คสช. เท่านั้นที่มีพื้นที่ในการพูด คนที่คิดต่างอยู่ที่ไหน ต้องไปรายงานตัวที่ สน. นั้นนี้ตลอดเวลา" ธนาธรผู้เคยรุดไปให้กำลังใจนักศึกษาที่ สน.ปทุมวัน เมื่อปี 2558 กล่าว

กลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" ชุมนุมเมื่อ 10 ก.พ.
คำบรรยายภาพ, กลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" ชุมนุมเมื่อ 10 ก.พ. ประกาศคิ๊กออฟประชาธิปไตย เรียกร้อง คสช. จัดการเลือกตั้งภายปีนี้

ในครั้งนั้น เขาถูกกล่าวหาว่าเป็น "ท่อน้ำเลี้ยง" ของนักศึกษาที่เรียกตัวเองว่าขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งถูกจับกุมจากการจัดกิจกรรมครบรอบ 1 ปีรัฐประหาร อย่างไรก็ตามธนาธรได้ปฏิเสธเรื่องการเป็น "นายทุนขบวนการนักศึกษา" โดยให้เหตุผลว่าการเดินทางไป สน.ปทุมวัน ทำในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มีสิทธิและอิสระในความคิดความเชื่อของตนเอง

มาถึงปี 2561 เป็นอีกครั้งที่นักศึกษา นักกิจกรรม และประชาชนที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" ถูกดำเนินคดีหลังจัดกิจกรรมชุมนุมเมื่อ 27 ม.ค. และ 10 ก.พ. เพื่อทวงสัญญาเลือกตั้งในปีนี้ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยลั่นวาจาไว้ ธนาธรเห็นว่า "คนที่ออกมายืนหยัดพูดเรื่องประชาธิปไตย เสียสละพอสมควรในการมายืนอยู่ ณ จุดนี้ในเวลานี้"

กิจกรรมต้าน พล.อ.ประวิตร
คำบรรยายภาพ, ผู้จัดศิลปะการแสดง "Performance Arts ต้านโกง 2 ปฎิบัติการ ขืนใจป้อม"ถูกตำรวจควบคุมตัว หลังจัดกิจกรรมเมื่อ 6 ก.พ. บริเวณสกายวอล์ก สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ช่องนนทรี

ขณะเดียวกันการมีฉันทามติและการสร้างค่านิยมประชาธิปไตยที่เขาชวนคนไทยกำหนดอาจเกิดขึ้นได้ "ด้วยพลังแห่งเวลา คือนาฬิกา"

เมื่อถามว่า ระหว่างปีนเขาที่ขั้วโลกใต้ กับพูดเรื่องประชาธิปไตยในไทย อะไรมีความเสี่ยงมากกว่ากัน ธนาธรอุทาน "โอ้โห! อย่างหลังแน่นอน" ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะปิดท้ายการสนทนา

เปิดวิธีคิดผู้ชายที่มีหลากหลายตัวตน

  • นักผจญภัย : เส้นแบ่งระหว่างความกล้าหาญกับความบ้าคลั่งของเขาอยู่ที่ "ต้องกลับบ้านอย่างปลอดภัย" ในเวลาที่นาทีเป็น-นาทีตายใกล้กันจะคิดเสมอว่า "ต้องไม่ตาย"
  • นักธุรกิจ : ไม่เคยเอาการเมืองมายุ่งกับบริษัท ไม่เคยโปรโมทพนักงานด้วยแนวคิดทางการเมือง ไม่ว่าใครจะมีแนวคิดทางการเมืองแบบใด จะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
  • เพื่อนโอ๊ค พานทองแท้-หลานสุริยะ : ได้พิสูจน์ตัวเองมาหลายปีแล้วว่าสิ่งที่พูด ทำ ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้ใคร ดังนั้น "ผมยักไหล่กับฉายานี้"
  • แอคติวิสต์ซ้ายจัด: ในยุคที่เติบโตมา คนที่ชื่นชมแนวคิดแบบสังคมนิยมอาจมีน้อย พอเขาสมาทานความคิดนี้ก็เลยถูกป้ายว่าเป็นซ้ายจัด ทั้งที่ถ้าอยู่ในสังคมตะวันตกก็เป็นแนวคิดหนึ่ง ไม่ใช่สุดโต่ง
  • นายทุน "ฟ้าเดียวกัน" : ไม่เป็นไร เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง

ที่มา: ธนาธรให้สัมภาษณ์บีบีซีไทย