ก. พลังงานลงนาม ยุติการศึกษา EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา

การลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเครือข่ายฯ
คำบรรยายภาพ, การลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเครือข่ายฯ
Published
เวลาอ่าน: 2 นาที

หลังเจรจากับทางแกนนำกลุ่มเครือข่ายปกป้องสองฝั่งเล กระบี่-เทพา ยุติโครงการถ่านหิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและกลุ่มเครือข่ายฯ ลงนามในการถอนการศึกษา EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา เตรียมประเมินยุทธศาสตร์พื้นที่อีก 9 เดือน

การต่อสู้บนริมถนนราชดำเนินนอกมาร่วม 9 วันของกลุ่มเครือข่ายปกป้องสองฝั่งเล กระบี่-เทพา ยุติโครงการถ่านหิน ด้านหน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ได้บทสรุปอย่างเป็นที่พอใจแล้วเมื่อช่วงเข้าที่ผ่านมาของวันที่ 20 ก.พ. หลังจากการหารือ 15 นาทีระหว่างกลุ่มแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และกระทรวงพลังงาน หารือร่วมกันในรถตู้

ผลการเจรจาจบลงด้วย การลงนามในบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเครือข่ายฯ เพื่อยุติข้อขัดแย้งของการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินในพื้นที่จังหวัดกระบี่และ อ.เทพาและสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพรวมถึงการพัฒนาเชิงพื้นที่

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมว.พลังงาน กล่าวถึงรายละเอียดของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวว่า มี 4 ประเด็นสำคัญ คือ

  • ให้ กฟผ. ถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม
  • ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA) เพื่อศึกษาว่าพื้นที่ จ.กระบี่ และ อ.เทพา จ.สงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ ให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน โดยนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผ. ต้องยุติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่
  • หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน
  • ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุม กับ กฟผ. เลิกแล้วต่อกัน การทำเอ็มโอยูครั้งนี้ถือเป็นโมเดลที่ดี ที่ภาครัฐประชาชนสามารถหาทางออกร่วมกันได้

หลังจากลงนามในข้อตกลงดังกล่าว ด้านนายประสิทธิชัย หนูนวล แกนนำกลุ่มดังกล่าว เปิดเผยว่า พอใจการทำเอ็มโอยู โดยหลังจากนี้กลุ่มผู้ชุมนุมจะเดินทางกลับภูมิลำนำของตัวเอง ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็ต้องไปเตรียมข้อมูลสำหรับการทำรายงานประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ต่อไป

โดยในเพจหยุดถ่านหินกระบี่ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในวันนี้ว่า "ชัยชนะจากพลังของประชาชน"

ภายหลังจากการลงนามดังกล่าว สื่อหลายสำนักเช่น เนชั่นทีวี สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 7 กรุงเทพธุรกิจและประชาชาติธุรกิจ รายงานว่า เครือข่ายคนเทพาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งสนับสนุนโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้ง 2 แห่ง ออกแถลงการณ์คัดค้านการตัดสินใจของ รมต.พลังงาน โดยระบุว่าจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับรมต. พลังงาน ตามมาตรา 157 ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติโดยมิชอบ พร้อมกับจะไปยื่นฟ้องร้องต่อศาลปกครองให้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและไต่สวนฉุกเฉิน

ก่อนจะมาถึงวันนี้

สำหรับการประท้วงดังกล่าวเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยปักหลักอยู่ที่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน ในระหว่างการชุมนุมมีผู้ร่วมอดอาหารประท้วงเป็นจำนวน 68 คน โดยมีบางส่วนเป็นลมในระหว่างการชุมนุมประท้วง จนถูกนำส่งโรงพยาบาลหลายราย

ผ่านมา 3 วัน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ผู้อดอาหารประท้วงเริ่มอิดโรย โดยมีรายงานว่า มีผู้ทะยอยเป็นลม ทั้งหมด 8 คน น.ส.จินดารัตน์ เพิ่มลาภวิรุฬห์ ผู้ประสานงานเครือข่ายฯ ระบุว่าผู้เป็นลมมีอายุตั้งแต่ 18 -61 ปี เนื่องจากเหนื่อยล้าจากสภาพอากาศที่ร้อนและพักผ่อนไม่เพียงพอ และทั้งหมดได้รับการนำส่งตัวรักษาตัวไปที่โรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว

เจ้าหน้าที่นำผู้อดอาหารประท้วงที่เป็นลมไปยังโรงพยาบาล
คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่นำผู้อดอาหารประท้วงที่เป็นลมไปยังโรงพยาบาล
ผู้ชุมนุมรวมตัวกันปฐมพยาบาล

ในระหว่างนั้น ตัวแทนของรัฐบาล พยายามตอบโต้ไปพร้อมกันกับโน้มน้าวผู้ประท้วงยุติการชุมนุม เช่น การให้สัมภาษณ์ของ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผู้ชุมนุมอดอาหารคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเทพา จ.กระบี่ ว่า อย่าเอาการอดอาหารมาทำให้สังคมเกิดความรู้สึกลังเล หรือขัดแย้ง เพราะการคุยกันด้วยเหตุและผลเท่านั้นที่จะทำให้ประเทศเดินไปได้ โดยต้องไม่ใช้อารมณ์

ขณะเดียวกัน โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ได้บังคับว่าจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แต่ต้องการให้ทุกคนโดยเฉพาะผู้ชุมนุมเปิดใจรับฟังเสียงของคนอื่น ฟังเหตุผล แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ เราขอเวลาศึกษาให้รอบด้านก่อนได้หรือไม่ว่าพลังงานที่จะนำมาสร้างกระแสไฟฟ้าแต่ละชนิดนั้นมีผลกระทบอย่างไร และจะสามารถลดผลกระทบนั้นได้อย่างไรบ้าง แต่หากตั้งเป้าคัดค้านโดยไม่สนใจเหตุผล และข้อมูลทางวิชาการแล้วประเทศจะเดินหน้าได้อย่างไร

ภาพประชาชน
คำบรรยายภาพ, บรรยากาศประท้วงเมื่อวันที่ 13 ก.พ.

ขณะที่ เมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) ตัวแทนของเครือข่ายฯ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและกระบี่และจัดหาแหล่งพลังงานี่มีความสอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ของจังหวัดกระบี่ที่ได้ยกระดับการท่องเที่ยวสู่ระดับโลกอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะต้องคำนึงถึงการคุ้มครอง ป้องกัน ดูแล และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ทั้งทะเลชายฝั่ง ปะการัง ป่าไม้ ป่าชายเลน และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งบนบก ลำน้ำ และทะเล ตลอดถึงการรักษาสภาพอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์เพื่อให้สมกับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนทั้งโลกตั้งใจเข้ามาพักผ่อน

โดยสาระสำคัญในหนังสือดังกล่าวได้ ระบุถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากมีการดำเนินการโครงการดังกล่าว เช่น ในพื้นที่ อ.เทพา จ.สงขลา ที่จะต้องเสียสละชุมชนบ้านบางหลิง ที่มีประชากรเกือบ 200 ครัวเรือน และจะต้องเคลื่อนย้าย อพยพประชาชน มัสยิด วัด โรงเรียนปอเนาะ สุสาน (กุโบร์) ให้ออกไปจากพื้นที่ทั้งหมดนั้น

ตัวแทนของเครือข่ายได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในวันนี้
คำบรรยายภาพ, ตัวแทนของเครือข่ายได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอให้ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในวันที่ 13 ก.พ.

อีกประเด็นที่ กลุ่มเครือข่ายฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเอกสารดังกล่าวคือ การชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินในภาคใต้ไปอีก 3 ปี ไม่ถือว่าเป็นทางออกของปัญหา เนื่องจากว่า ภาครัฐยังไม่หยุดกระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ รวมถึงกระบวนการอื่นๆ ที่กำลังเตรียมการอยู่ เช่น การขอใช้ที่ดินในที่สาธารณะและการเวนคืนที่ดินในพื้นที่เกือบ 3,000 ไร่ ซึ่งจะเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และการยังปล่อยให้กระบวนการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของโรงไฟฟ้ากระบี่ยังดำเนินต่อไป โดยไม่มีการรับฟังเสียงทักท้วงจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าข้อเรียกร้องของกลุ่มเครือข่ายฯ จะไม่ได้รับการตอบรับ เมื่อ พล.ท.สรรเสริญ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) คณะรัฐมนตรีไม่ได้หารือในประเด็นนี้ แต่ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามหารือกับทุกๆ ฝ่ายเพื่อศึกษาถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งยังไม่ทราบผลการศึกษาในขณะนี้ แต่หากจะเรียกร้องให้ยกเลิก คำตอบในปัจจุบันคือ เป็นไปไม่ได้ เพราะต้องหาทางเลือกพลังงานว่าจะเอาอะไร

ก่อนที่จะมีถึงวันที่ลงนามข้อตกลงในวันศุกร์ที่ 16 ก.พ. ตัวแทนเครือข่ายฯ ปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหินโดยได้เข้าพบกับผู้แทนของสหประชาชาติ เพื่อให้ข้อมูลด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อมและสิทธิมนุษยชน