รัสเซีย ยูเครน : 5 ฉากทัศน์ของสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่อาจเกิดขึ้นต่อจากนี้

Residents look for belongings in the rubble of their home after a strike in the eastern Ukrainian region of Donbas, 1 June 2022
คำบรรยายภาพ, ผู้อยู่อาศัยในภูมิภาคดอนบาสกำลังหาข้าวของตัวเองหลังบ้านที่อยู่อาศัยกลายเป็นซากปรักหักพังหลังจากการโจมตีของรัสเซีย
Published

จากที่คาดกันว่ากองทัพของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน จะเข้ายึดยูเครนได้อย่างรวดเร็ว ปรากฏว่ากองทัพยูเครนสามารถต้านทานและทำให้รัสเซียต้องถอยทัพและมุ่งความสนใจไปที่ภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออกแทน

หลังจากสงครามในครั้งนี้ดำเนินไป 100 วัน นี่คือ 5 ฉากทัศน์ของสงครามที่อาจจะเกิดขึ้นต่อจากนี้

1. สงครามพร่ากำลัง

สงครามพร่ากำลัง หรือ "war of attrition" คือการที่สงครามดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ อาจเป็นหลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปี โดยสองประเทศพยายามทำให้อีกฝ่ายหมดแรงสู้ไป แต่ก็ไม่มีใครยอมแพ้ ปธน.ปูติน คาดว่าเขาอาจได้เปรียบจากการอดทนรออย่างมียุทธศาสตร์จนกระทั่งชาติตะวันตกเหนื่อยล้าไปเองและหันไปให้ความสนใจกับวิกฤตเศรษฐกิจและภัยคุกคามจากจีน

Image shows rocket firing
คำบรรยายภาพ, กองกำลังสนับสนุนรัสเซียกำลังยิงจรวดโจมตีจากภูมิภาคโดเนตสก์

อย่างไรก็ดี ชาติตะวันตกก็อาจจะยืนหยัดสู้ต่อและช่วยเหลือด้านอาวุธแก่ยูเครนต่อไป นี่จะทำให้เกิดแนวรบกึ่งถาวรขึ้น กลายเป็นพื้นที่ความขัดแย้งที่จะคงอยู่ไปตลอด

มิค ไรอัน อดีตนายพลกองทัพออสเตรเลียและนักวิชาการด้านการทหารบอกว่า มีความเป็นไปได้น้อยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้รับชัยชนะในเชิงปฏิบัติการและเชิงยุทธศาสตร์ในระยะสั้น

2. ปูตินประกาศหยุดยิง

ผู้นำรัสเซียอาจออกมาประกาศหยุดยิงเองและประกาศ "ชัยชนะ" เหนือดินแดนที่ยึดมาได้ เขาอาจจะบอกว่า "ปฏิบัติการทางทหาร" เสร็จสมบูรณ์แล้ว คือสามารถปกป้องกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนในดอนบาสได้และสามารถยึดครองเส้นทางภาคพื้นดินไปจนถึงไครเมียได้ นี่อาจทำให้ปูตินสามารถทำเหมือนเป็นผู้มีศีลธรรมสูงส่งกว่าและกดดันให้ฝ่ายยูเครนหยุดโจมตี

Vladimir Putin

นี่เป็นทางออกหนึ่งที่ถูกถกเถียงกันในประเทศตะวันตกอย่างฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลีแล้ว เพราะไม่อยากให้สงครามยืดเยื้อ และอยากให้หาทางแก้วิกฤตเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ดี ทั้งสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และหลายประเทศในยุโรปตะวันออก จะไม่ยอมรับ ผู้นำประเทศเหล่านี้คิดว่าต้องทำให้การบุกรุกรานของรัสเซียประสบกับความล้มเหลวให้ได้ เพื่อยูเครนและรักษาระเบียบโลก

3. ทางตัน

จะเป็นอย่างไรหากทั้งสองประเทศไม่ประสบความสำเร็จทั้งปฏิบัติการทางทหารและในการเจรจาทางการเมือง

กองทัพทั้งสองฝ่ายอาจจะเหนื่อยล้า ทั้งกำลังทหารและอาวุธในการต่อสู้ร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ รัสเซียอาจไม่สามารถรับได้กับความสูญเสียทางเศรษฐกิจอีกต่อไป ส่วนชาวยูเครนก็เหนื่อยล้ากับสงครามและไม่อยากเสียเลือดเนื้ออีกต่อไปแล้วเพื่อสงครามที่พวกเขาอาจจะไม่สามารถเอาชนะได้

จะเกิดอะไรขึ้นหากกลุ่มผู้นำยูเครนไม่เชื่อมั่นในชาติตะวันตกอีกต่อไปและตัดสินใจที่จะขอเจรจากับรัสเซีย

แต่หากเกิดการเจรจาขึ้นจริง สองประเทศก็อาจจะพักรบกันได้ไม่นานเมื่อลองพิจารณาว่ายูเครนไม่เชื่อใจรัสเซียแค่ไหน หากเกิดข้อตกลงสันติภาพขึ้นมาจริง มันก็อาจจะคงอยู่ได้ไม่นาน และการสู้รบก็คงจะดำเนินต่อไป สถานการณ์สงครามสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การบุกรุกรานยูเครนของรัสเซียก็เช่นกัน

4. ยูเครนได้รับ "ชัยชนะ"

จะเป็นไปได้ไหมที่ยูเครนจะได้รับชัยชนะ สามารถทำให้รัสเซียถอยทัพไปอยู่ในบริเวณก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้น

จะเกิดอะไรขึ้นหากรัสเซียไม่สามารถยึดดอนบาสได้หมด และอ่อนแอลงเรื่อย ๆ เพราะมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก ยูเครนอาจลุกขึ้นมาเป็นฝ่ายบุกโจมตีรัสเซียด้วยขีปนาวุธพิสัยไกลและยึดพื้นที่ที่รัสเซียครองอยู่กลับมาได้

Image shows HIMARS rocket system
คำบรรยายภาพ, รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งมอบระบบเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง (MLRS) ให้ยูเครน

นี่เป็นฉากทัศน์ที่ผู้กำหนดนโยบายหลายคนกังวล เพราะถ้าปูตินกำลังจะพ่ายแพ้ เขาอาจต้องการสู้กลับด้วยอาวุธเคมีหรืออาวุธนิวเคลียร์

5. รัสเซียได้รับ "ชัยชนะ"

เจ้าหน้าที่ทางการชาติตะวันตกเชื่อว่าแม้จะเผชิญกับอุปสรรค รัสเซียยังต้องการยึดกรุงเคียฟและครองพื้นที่ส่วนมากในยูเครนให้ได้

หลังจากยึดดอนบาสได้พอสมควรแล้ว รัสเซียอาจสามารถใช้กองกำลังให้เป็นประโยชน์ในที่อื่นแทน เช่นอาจจะพยายามยึดกรุงเคียฟอีกครั้ง

A handout photo from the Ukrainian Presidential Press Service shows President Volodymyr Zelensky meeting with Ukrainian servicemen during his visit to the Kharkiv region on 29 May

ประธานาธิบดีโวโรดีมีร์ เซเลนสกี ออกมายอมรับว่า ในแต่ละวัน มีทหารยูเครนเสียชีวิตถึง 100 ราย และได้รับบาดเจ็บ 500 นาย

เมื่อสงครามยืดเยื้อต่อไป ผู้คนในยูเครนอาจแตกแยกกันเอง ฝ่ายหนึ่งอาจอยากสู้ต่อ อีกฝ่ายอาจอยากเจรจาตกลงสันติภาพ ชาติตะวันตกบางชาติอาจเหนื่อยล้าไม่อยากสนับสนุนยูเครนอีกต่อไป แต่บางชาติก็อาจจะอยากช่วยมากกว่าเดิมหากรู้ว่ารัสเซียกำลังจะได้รับชัยชนะ

มีนักการทูตชาติตะวันตกรายหนึ่งบอกกับบีบีซีอย่างลับ ๆ ว่า ชาติตะวันตกควรทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ในมหาสมุทรแปซิฟิกดูเพื่อเป็นการเตือนรัสเซีย

อย่างไรก็ดี ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับสงครามในครั้งนี้