รัสเซีย ยูเครน : ผู้เชี่ยวชาญชี้ ยูเครนเผชิญศึกหนักในสงครามยกสอง แต่รัสเซียไม่น่าจะเอาชนะได้ราบคาบ

ทหาร
Published

อดีตผู้บัญชาการทหารสหราชอาณาจักรชี้ ยูเครนอาจต้องเผชิญศึกที่หนักหน่วงขึ้นในสมรภูมิภาคตะวันออก ซึ่งรัสเซียได้ยกระดับปฏิบัติการทางทหารระลอกใหม่เพื่อมุ่งยึดครองภูมิภาคดอนบาส อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารประเมินว่า รัสเซียไม่น่าจะเอาชนะยูเครนได้อย่างราบคาบในศึกครั้งนี้ ด้าน รมว. ต่างประเทศ รัสเซียกล่าวว่าจะไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสงครามนี้

พลเอก เซอร์ ริชาร์ด บาร์รอน อดีตผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรบร่วมของสหราชอาณาจักร อธิบายว่า การสู้รบในรอบใหม่จะแตกต่างไปจากรอบก่อนหน้านี้ เนื่องจากปัจจัยหลายประการ เช่น สภาพภูมิประเทศของพื้นที่สู้รบ

เขาอธิบายว่าที่เป็นเช่นนี้ เพราะภูมิภาคดอนบาสมีพื้นที่เปิดโล่งมากกว่า จึงเอื้อให้กองทัพรัสเซียมีโอกาสมากกว่าที่จะใช้รถหุ้มเกราะ เช่น รถถังสนับสนุนทหารราบ และปืนใหญ่อัตตาจรในการขับขี่ออกนอกถนน ซึ่งจะช่วยให้สามารถรุกคืบได้รวดเร็วและเข้าถึงพื้นที่ได้เป็นวงกว้างขึ้น เมื่อเทียบกับการสู้รบรอบกรุงเคียฟซึ่งมีลักษณะเป็นที่ลุ่มป่าพรุมีดินเลนเฉอะแฉะ และมีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน จึงทำให้การเคลื่อนกำลังพลขนาดใหญ่เข้าโจมตีทำได้ยาก

แต่ขณะเดียวกัน การที่สภาพอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้น ก็ทำให้พื้นดินมีความเฉอะแฉะขึ้นจากน้ำแข็งและหิมะที่ละลาย ซึ่งไม่ใช่สภาพที่เหมาะสมนักสำหรับการขับรถถังออกนอกถนน นอกจากนี้เขาชี้ว่า แม้รัสเซียจะได้บทเรียนจากการรบในยูเครนช่วงแรก แต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะฝึกฝนให้ทหารที่เข้ามาเสริมกำลัง และกำลังเสริมที่ระดมมาจากทั่วรัสเซียเหล่านี้จำนวนไม่น้อยก็อาจไม่ได้ผ่านการฝึกฝนที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลต่อขวัญกำลังใจในการสู้รบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

พลเอก เซอร์ ริชาร์ด บาร์รอน ระบุว่า ประเด็นที่น่าจับตาในการรบรอบนี้ คือการที่รัสเซียจะยกทัพเข้าปิดล้อมยูเครนจากทิศตะวันออก รวมทั้งจากทิศเหนือ และทิศใต้ ซึ่งนี่จะทำให้ทหารยูเครนต้องเผชิญศึกหนักที่ซับซ้อนขึ้น

A Ukrainian serviceman stand next to a Javelin anti-tank missile, as Russia"s attack on Ukraine continues, at a position in Donetsk Region, Ukraine April 18, 2022.
คำบรรยายภาพ, ทหารยูเครนเตรียมรับการบุกของกองทัพรัสเซียในโดเนตสก์

ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารที่สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม (Institute for the Study of War หรือ ISW) ในสหรัฐฯ ประเมินว่า ปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ของรัสเซียในภูมิภาคดอนบาส "ไม่น่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าปฏิบัติการในรอบที่ผ่านมามากนัก" และรัสเซียอาจ "บรรลุเป้าหมายได้อย่างจำกัด"

ISW ชี้ว่า กองทัพรัสเซียไม่ได้พักปฏิบัติการรบที่จำเป็นเพื่อเสริมทัพใหม่ และเพื่อรวบรวมกองทหารที่ได้รับความเสียหายและถอนทัพออกจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน

คณะผู้เชี่ยวชาญจาก ISW ระบุว่า ข่าวหลายชิ้นมีการระบุถึงสภาพขวัญกำลังใจที่ตกต่ำอย่างหนักของทหารรัสเซีย รวมถึงการที่กองทัพยังคงเผชิญความท้าทายเรื่องการส่งกำลังบำรุง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการรบของทัพรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน นี่จึงทำให้เชื่อว่าปฏิบัติการรบรอบนี้ไม่น่าจะประสบความสำเร็จสูงอย่างที่รัสเซียคาดหวังไว้

รัสเซียรับปากไม่ใช้อาวุธนิวเคลียร์ในยูเครน

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียให้สัมภาษณ์กับช่องอินเดีย ทูเดย์ (India Today) ว่ารัสเซีย "จะใช้เฉพาะอาวุธแบบทั่วไป" ในสงครามยูเครน

ในช่วงต้นของสงคราม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้สั่งการให้กองกำลังที่รับผิดชอบด้านอาวุธนิวเคลียร์ "เตรียมพร้อมเป็นพิเศษ" และเจ้าหน้าที่รัฐบาลหลายคนได้ส่งสัญญาณว่ารัสเซียจะใช้อาวุธนิวเคลียร์ในสถานการณ์บางอย่าง

นายลาฟรอฟยังระบุด้วยว่า ปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียขณะนี้ได้เข้าสู่ช่วงใหม่ อันเป็นช่วงสำคัญที่สุด โดยมุ่งเป้าไปที่ภาคคะวันออกของยูเครน ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากกองทัพยูเครน

"ปฏิบัติการทางภาคตะวันออกของยูเครนมุ่งเป้าไปที่การปลดปล่อยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และสาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์อย่างที่ประกาศมาตั้งแต่ต้น และปฏิบัติการนี้จะดำเนินต่อไป" เขากล่าว

รัสเซียระดมถล่มยูเครนคืนเดียวกว่าพันจุด

กระทรวงกลาโหมยูเครนเปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา (18 เม.ย.) รัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธและปืนใหญ่ถล่มเป้าหมายในยูเครนถึง 1,260 จุด โดยเป็นการใช้ "ขีปนาวุธยิงจากอากาศสู่พื้นที่มีความแม่นยำสูง" โจมตีแนวรบ 13 แห่งของยูเครนในภูมิภาคดอนบาส ซึ่งรวมถึงเมืองสำคัญอย่างสลอเวียนสก์

นอกจากนี้ รัสเซียยังปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อทรัพย์สินทางทหารของยูเครน 60 จุด ซึ่งรวมถึงในเมืองที่ตั้งอยู่ใกล้กับแนวรบทางภาคตะวันออก อีกทั้งยังยิงเครื่องบินรบ มิก-29 ของยูเครนตกในโดเนตสก์

บีบีซีไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวของกระทรวงกลาโหมได้

ด้านกองทัพรัสเซียระบุว่า ได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารในแนวรบภาคตะวันออกเป็นระยะทาง 480 กม. และเมื่อคืนที่ผ่านมาได้โจมตีเป้าหมายในภูมิภาคดอนบาสกว่า 1,000 จุด ซึ่งยูเครนระบุว่าขณะนี้ รัสเซียสามารถยึดเมืองเครมินนาในพื้นที่ลูฮันสก์ได้แล้ว

ขณะที่นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย กล่าวโทษสหรัฐฯ และชาติตะวันตกว่าพยายาม "ทำทุกอย่างเพื่อลากปฏิบัติการทางทหารของรัสเซียในยูเครน" ให้ยืดเยื้อออกไป

นายชอยกูระบุว่า การที่ต่างชาติช่วยส่งอาวุธให้ยูเครนนั้นคือ "การแสดงออกอย่างชัดเจนถึงเจตนาในการส่งเสริมให้รัฐบาลยูเครนต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย"

นอกจากนี้เขายังกล่าวย้ำว่า กองทัพรัสเซียดำเนินการรบไปตามแผนการเพื่อ "ปลดปล่อยสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ และ สาธารณรัฐประชาชนลูฮันสก์"

ชาวยูเครนหนีภัยสงครามออกนอกประเทศแล้วเกือบ 5 ล้านคน

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระบุว่า นับแต่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครนก็ทำให้มีชาวยูเครนลี้ที่ภัยสงครามออกนอกประเทศแล้วเกือบ 5 ล้านคน นับเป็นวิกฤตผู้ลี้ภัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดในยุโรปนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

โดยผู้ลี้ภัยราว 90% เป็นผู้หญิงและเด็ก เนื่องจากชายชาวยูเครนอายุ 18 - 60 ปีไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้ เนื่องจากต้องถูกเรียกไปเป็นทหาร

ยูเอ็นระบุว่า สงครามทำให้เกือบ 2 ใน 3 ของเด็กยูเครนต้องออกจากบ้าน ซึ่งรวมถึงเด็กที่พลัดถิ่นฐานภายในประเทศ

ขณะนี้มีผู้ลี้ภัยชาวยูเครนอยู่ในโปแลนด์กว่า 2.8 ล้านคน

UNHCR ระบุว่า เมื่อเดือน ก.พ. มีชาวยูเครนหลบหนีออกนอกประเทศเกือบ 645,000 คน และอีกเกือบ 3.4 ล้านคนในเดือน มี.ค. ขณะที่ในเดือน เม.ย.มีผู้หนีออกนอกประเทศแล้ว 945,000 คน

ซากเรือมอสควาฟ้องถูกยิงด้วยขีปนาวุธ

รัสเซียและยูเครนต่างให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ในเหตุการณ์เรือมอสควาจมทะเลดำ
คำบรรยายภาพ, รัสเซียและยูเครนต่างให้ข้อมูลที่ขัดแย้งกัน ในเหตุการณ์เรือมอสควาจมทะเลดำ

นักวิเคราะห์การสงครามในสหรัฐฯ เผยแพร่ภาพนิ่งและคลิปวิดีโอจำนวนหนึ่งทางทวิตเตอร์ ซึ่งเผยให้เห็นเรือลาดตระเวนติดอาวุธนำวิถี "มอสควา" (Moskva) ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะกำลังจมลงเมื่อเรือรัสเซียอีกลำพยายามลากจูงเข้าฝั่ง เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา

เรือรบที่อยู่ในคลิปวิดีโอความยาว 3 วินาทีดังกล่าว มีรูปร่างลักษณะตรงกับเรือมอสควาเป็นอย่างมาก ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าคลิปนี้ถ่ายจากเรือกู้ภัย ซึ่งลอยลำอยู่ฝั่งเดียวกับกราบซ้ายของเรือที่กำลังเอียงลงน้ำ ส่วนเรือลากจูงน่าจะเป็นเรือ Shakhter ของรัสเซีย ซึ่งอยู่ทางฝั่งขวาของเรือที่กำลังจม

ด้านข้างของท้องเรือส่วนหนึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักและมีควันดำจากเพลิงไหม้ ในภาพหนึ่งจะสังเกตเห็นรูโหว่ที่ทำให้น้ำเข้าเรือตรงบริเวณดังกล่าวได้อย่างชัดเจน สภาพของเรือชี้ว่ามีการนำเรือชูชีพทั้งหมดออกใช้งานแล้ว แต่สภาพอากาศในขณะที่ลากจูงซากเรือนั้นเป็นปกติ ไม่ได้มีคลื่นลมปั่นป่วนจนทำให้เรือจมเหมือนที่กองทัพรัสเซียแถลงแต่อย่างใด

บีบีซีนำภาพและคลิปวิดีโอดังกล่าวให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหาร 3 รายได้วิเคราะห์ โดยทั้งหมดลงความเห็นตรงกันว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เรือลำนี้จะเป็นเรือมอสควา ซึ่งถูกยิงด้วยขีปนาวุธจนเสียหายหนักและจมลง ตามที่กองทัพยูเครนกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ แต่ก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่บ้างว่า เรือได้รับความเสียหายเพราะสาเหตุอื่น

โจนาธาน เบนแธม นักวิเคราะห์จากสถาบันระหว่างประเทศเพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ (IISS) ของสหราชอาณาจักร บอกว่าเรือในคลิปวิดีโอนั้นเป็นเรือลาดตระเวนชั้น "สลาวา" (Slava-class) เช่นเดียวกับเรือมอสควา ทั้งยังมีรอยเขม่าควันที่รูโหว่บนกราบเรือซ้ายใกล้ผิวน้ำ ซึ่งตรงกับร่องรอยการถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธเนปจูน (Neptune) ของยูเครน ซึ่งเป็นขีปนาวุธร่อนแบบกวาดผิวน้ำ (sea-skimming missile)

เรือมอสควาขณะปฏิบัติหน้าที่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
คำบรรยายภาพ, เรือมอสควาขณะปฏิบัติหน้าที่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

ด้านพลเรือตรี คริส พาร์รี อดีตผู้บัญชาการเรือพิฆาตของราชนาวีอังกฤษ ชี้ให้เห็นว่าผนังด้านข้างของเรือที่เสียหายมีลักษณะบุบเข้า เหมือนถูกขีปนาวุธยิงเจาะเข้าไปจากด้านนอก แทนที่จะเปิดอ้าออกตามคำกล่าวอ้างของฝ่ายรัสเซียที่ว่ามีการระเบิดของเครื่องกระสุนจากด้านใน

สิธารัต เกาศัล นักวิเคราะห์จากสถาบันวิจัยรวมเหล่าทัพของสหราชอาณาจักร (RUSI) ชี้ว่า บริเวณที่เรือได้รับความเสียหายนั้นเป็นที่เก็บเครื่องกระสุนของปืนต่อต้านอากาศยาน ซึ่งเป็นไปได้ว่าขีปนาวุธที่ยิงโจมตีเรือทำให้เครื่องกระสุนเหล่านี้ถูกเผาไหม้ จนเกิดเพลิงโหมกระหน่ำรุนแรงติดตามมา

ผู้นำยูเครนประกาศ สงครามชิงภูมิภาคดอนบาสเริ่มขึ้นแล้ว

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน แถลงถึงสถานการณ์การสู้รบล่าสุด หลังรัสเซียเปิดฉากยิงถล่มเมืองหลายแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งยกระดับการโจมตีพื้นที่ภาคตะวันออกไปพร้อมกัน

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน
คำบรรยายภาพ, ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน

"สงครามชิงภูมิภาคดอนบาสเริ่มแล้ว" นายเซเลนสกีกล่าว "กำลังพลส่วนใหญ่ของกองทัพรัสเซียล้วนได้รับคำสั่งให้ร่วมปฏิบัติการโจมตีในครั้งนี้"

"เราจะต่อสู้ป้องกันตนเอง จะไม่ยอมสละสิ่งใดที่เป็นของยูเครนทั้งสิ้น ไม่ว่ารัสเซียจะส่งทหารมามากแค่ไหนก็ตาม"

เมื่อวานนี้ (18 เม.ย.) กองกำลังรัสเซียระดมยิงจรวดและขีปนาวุธใส่เมืองหลายแห่งทางตะวันออก รวมถึงภูมิภาคโดเนตสก์และลูฮานสก์ซึ่งพื้นที่กว่าครึ่งยังไม่ได้ตกเป็นของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนที่รัสเซียหนุนหลัง ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตไปอย่างน้อย 8 ราย ที่เมืองเครมินนา (Kreminna)

ซากปรักหักพังจากการโจมตีภูมิภาคลูฮานสก์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
คำบรรยายภาพ, ซากปรักหักพังจากการโจมตีภูมิภาคลูฮานสก์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

องค์กรปกครองส่วนภูมิภาคลูฮานสก์ของยูเครน ได้เตือนให้ประชาชนอพยพหนีภัยเสียแต่บัดนี้ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายก่อนอันตรายที่แท้จริงจะมาถึงในสัปดาห์หน้า ในขณะที่ผู้ว่าการภูมิภาคลูฮานสก์ระบุว่า สถานการณ์ในพื้นที่ตอนนี้ไม่ต่างจาก "นรก" โดยเมืองบางแห่งถูกกระหน่ำยิงโจมตีตลอดเวลา

นายโอเล็กซี ดานิลอฟ เลขาธิการสภาป้องกันประเทศและความมั่นคงแห่งชาติยูเครน กล่าวถึงสงคราม "ยกที่สอง" ในภาคตะวันออกว่า ไม่อาจวางใจได้เรื่องที่รัสเซียจะทุ่มเทสรรพกำลังมาที่สมรภูมิใหม่เพียงแห่งเดียว โดยจะไม่โจมตีภูมิภาคอื่น ๆ ของยูเครน รวมทั้งกรุงเคียฟด้วย

"ปูตินยังไม่ได้ล้มเลิกเป้าหมายที่จะทำลายประเทศของเรา รวมทั้งกลุ่มผู้นำทางการเมืองของเรา" นายดานิลอฟกล่าว