'สเตรย์คิดส์' ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเค-ป๊อป ตามรอย 'บีทีเอส' คว่ำบาตรรางวัลแกรมมี่

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, มาร์ก ซาเวจ
- Role, ผู้สื่อข่าวสายดนตรี
- Published
- เวลาอ่าน: 6 นาที
หนึ่งในวงเค-ป๊อปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง สเตรย์คิดส์ (Stray Kids) กำลังเข้าร่วมกับวงบีทีเอส (BTS) ในการคว่ำบาตรรางวัลแกรมมี่ปี 2027
การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมีการเปิดตัวสาขารางวัลใหม่สำหรับเพลงป๊อปเอเชีย ซึ่งตกเป็นหัวข้อการถกเถียง โดยนักวิจารณ์เกรงว่าจะเป็นการแยกเพลงแนวต่าง ๆ เช่น เค-ป๊อป และ เจ-ป๊อป ออกไปอยู่ในกลุ่มเฉพาะ
บีทีเอสประกาศเมื่อเดือน ก.ค. ว่าจะไม่ส่งเพลงเข้ารับการพิจารณาในสาขาใด ๆ โดยระบุว่าพวกเขาหวังว่าเพลงของวง "จะได้รับการรับฟังและเป็นที่รักในสิ่งที่มันเป็น แทนที่จะถูกแบ่งแยกตามภูมิภาคหรือภาษา"
ขณะนี้ สเตรย์คิดส์ซึ่งเพิ่งสร้างสถิติอัลบั้มอันดับหนึ่งในสหรัฐฯ เป็นครั้งที่ 9 ได้ดำเนินรอยตามแล้ว โดยทางเจวายพี (JYP) ซึ่งเป็นค่ายเพลงของวงดังกล่าวระบุสั้น ๆ ว่า "สเตรย์คิดส์ไม่ได้ส่งผลงานเข้าชิงรางวัลแกรมมี่
สเตรย์คิดส์เคยหลีกเลี่ยงการตอบคำถามโดยตรงเกี่ยวกับรางวัลนี้มาก่อน
ระหว่างงานแถลงข่าวสำหรับอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาที่ชื่อว่า ดิส แอนด์ แดต (This and That) เมื่อเดือน ส.ค. ฮวัง ฮยอน-จิน นักร้องของวงกล่าวว่า "เราไม่เคยตั้งเป้าหมายไว้ที่ผลรางวัลหรือสถิติใด ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว
"สิ่งที่เราให้ความสำคัญสูงสุดคือการทำให้แฟน ๆ ของเรามีความสุขและพึงพอใจ" เขากล่าวเสริม
ข่าวนี้นับเป็นแรงกระแทกต่อสถาบันเรคคอร์ดดิง อะคาเดมี (Recording Academy) ซึ่งเป็นผู้จัดงานประกาศรางวัลแกรมมี่
สเตรย์คิดส์ได้รับความนิยมอย่างมหาศาลในสหรัฐฯ และล่าสุดเป็นศิลปินเฮดไลเนอร์ของเทศกาลดนตรีกัฟเวอร์เนอร์ส บอลล์ (Governor's Ball) ในนครนิวยอร์ก โดยขึ้นแสดงร่วมในไลน์อัพเดียวกับลอร์ด (Lorde) และเอแซป ร็อกกี (A$AP Rocky)
ในชาร์ตอัลบั้ม มีเพียงวงดนตรีอีกวงเดียวที่ทำสถิติอัลบั้มอันดับหนึ่งได้มากกว่า นั่นคือ เดอะ บีเทิลส์ (The Beatles)
เมื่อต้นปีนี้ สมาชิกทั้ง 8 คนของวงได้รับสิทธิ์ลงคะแนนเสียงสำหรับรางวัลดังกล่าว ซึ่งยิ่งทำให้การตัดสินใจถอนตัวของพวกเขามีน้ำหนักมากขึ้น โดยบีทีเอสเองก็เป็นสมาชิกผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนของสถาบันแห่งนี้เช่นกัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
การประกาศของสเตรย์คิดส์มีขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก ฮาร์วีย์ เมสัน จูเนียร์ ประธานแกรมมี่ ยืนยันว่าการเพิ่มสาขารางวัลเพลงป๊อปเอเชียใหม่จะมีผลในการประกาศรางวัลปี 2027
"ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สถาบันได้จัดการรับฟังความคิดเห็นและหารือกับผู้นำต่าง ๆ ในชุมชนดนตรีของเอเชีย" เขากล่าวในแถลงการณ์
"เราได้รับฟังความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาจากผู้คนในชุมชนของเราที่ไม่สนับสนุนการคงอยู่ของสาขารางวัลนี้ นอกจากนี้ เรายังได้รับฟังจากผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับสาขารางวัลนี้ไม่ถูกต้อง และการมีพื้นที่เพื่อชี้แจงความเข้าใจผิดต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง"
"แต่เสียงสะท้อนที่ดังและชัดเจนที่สุดมาจากกลุ่มผู้สนับสนุนประเภทรางวัลนี้อย่างกระตือรือร้น ซึ่งก็คือเหล่าเพื่อนร่วมวงการนักสร้างสรรค์ดนตรีที่ต่างร่วมส่งกำลังใจให้คงรางวัลนี้เอาไว้"
เขายอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าว "จะไม่ทำให้ทุกคนพึงพอใจ" แต่กล่าวว่าสถาบันจะยังคงหารือเกี่ยวกับการพัฒนาสาขารางวัลนี้ต่อไป

ที่มาของภาพ, Getty Images
สถาบันเรคคอร์ดดิง อะคาเดมี ประกาศสาขารางวัลใหม่ดังกล่าวในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา โดยระบุว่าจะมอบให้แก่ "ความเป็นเลิศทางศิลปะในการแสดงดนตรีป๊อปเอเชียที่มีต้นกำเนิดหรือได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตลาดเอเชีย"
รางวัลนี้อยู่ระหว่างการหารือมานานหลายปี ก่อนจะได้รับการประกาศใช้ในที่สุด หลังจากเพลง โกลเดน (Golden) จากภาพยนตร์ชื่อว่าเกิร์ลกรุ๊ปนักล่าปีศาจ (K-pop Demon Hunters) กลายเป็นเพลงเค-ป๊อปเพลงแรกที่คว้ารางวัลแกรมมีได้สำเร็จเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา
"ในขณะที่อิทธิพลของดนตรีป๊อปเอเชียเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในกระบวนการของเรา สมาชิกและคณะกรรมการของเรารู้สึกว่านี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมในการสร้างสาขารางวัลที่สะท้อนถึงขนาด ความเป็นศิลปะ และอิทธิพลระดับโลกของแนวเพลงนี้ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น" ผู้จัดงานกล่าวในขณะนั้น
แต่รางวัลดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับที่แตกออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน หลายรายมองว่ารางวัลนี้จะทำให้ศิลปินเอเชียมีโอกาสได้รับการยอมรับในสาขาหลักน้อยลง
ขณะที่อีกหลายรายไม่พอใจกับข้อกำหนดที่ระบุว่าเพลงที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงจะต้องมีการใช้ภาษาเอเชียอย่าง "มีนัยสำคัญ"
ข้อกำหนดดังกล่าวทำให้ศิลปินเกาหลีสองกลุ่มที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในสหรัฐฯ อย่าง บีทีเอส และ แบล็กพิงก์ (Blackpink) ไม่เข้าเกณฑ์ เนื่องจากผลงานล่าสุดของพวกเขาส่วนใหญ่ขับร้องเป็นภาษาอังกฤษ
ข้อโต้แย้งต่อรางวัลเพลงป๊อปเอเชียมีลักษณะคล้ายกับที่ศิลปินลาตินเคยแสดงความกังวลต่อสาขารางวัลแกรมมี เช่น สาขาดนตรีเออร์บานายอดเยี่ยม (Best Música Urbana)
แม้เจตนาของรางวัลจะเป็นการยกย่องดนตรีที่มีต้นกำเนิดจากภูมิภาคหรือภาษาหนึ่งโดยเฉพาะ แต่นักดนตรีบางรายรู้สึกว่าท้ายที่สุดแล้วกลับกลายเป็นการกีดกัน โดยผลงานของพวกเขาถูกแยกออกจากรางวัลกระแสหลัก เช่น อัลบั้มแห่งปี หรือเพลงแห่งปี
มุมมองดังกล่าวถูกท้าทายในปีนี้ เมื่ออัลบั้ม เดบี ติราร์ มาส โฟโตส (Debí Tirar Más Fotos) ของ แบด บันนี กลายเป็นอัลบั้มภาษาสเปนอัลบั้มแรกที่คว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปี ขณะที่ ลักซ์ (Lux) ของ โรซาเลีย (Rosalía) ก็ถูกคาดหมายว่าจะมีบทบาทสำคัญในการเข้าชิงรางวัลปีหน้าเช่นกัน
กำหนดประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงในเดือน ธ.ค. นี้
บีทีเอสและสเตรย์คิดส์มีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลเหล่านั้น แต่พวกเขาตัดสินใจส่งสารไปถึงสถาบันเรคคอร์ดดิง อะคาเดมี แทน ขณะที่ศิลปินชื่อดังรายอื่น ๆ อาจดำเนินรอยตามเช่นกัน
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ คิม ฮง-จุง หัวหน้าวงเอทีซ (Ateez) ซึ่งเป็นบอยแบนด์ชื่อดัง กล่าวว่าเขาประทับใจกับจุดยืนของบีทีเอส
"ผมเองก็อยากพิจารณาเรื่องนั้นเหมือนกัน" เขากล่าวในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารวาไรตี
"ผมไม่แน่ใจ เพราะไม่มีใครสามารถรู้เหตุผลที่แท้จริงได้ว่าทำไมพวกเขาถึงพยายามสร้าง [สาขารางวัล] นี้ขึ้นมา ไม่มีใครรับรู้เหตุผลที่แท้จริงได้"
"แต่สำหรับผมแล้ว... ผมเห็นด้วย [อยู่บ้าง] กับสิ่งที่บีทีเอสทำ"
อย่างไรก็ตาม เราจะได้ทราบว่าใครบ้างที่ตัดสินใจส่งผลงานเพลงเข้ารับการพิจารณา เมื่อมีการประกาศรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่ในวันที่ 10 ธ.ค. นี้






























