กาฬโรค คืออะไร มีความเสี่ยงเกิดโรคระบาดใหม่หรือไม่ เมื่อรัสเซียเปลี่ยนแปลงข้อมูลกรณีนักวิจัยกาฬโรคเสียชีวิต

ที่มาของภาพ, Roger Harris/Science Photo Library via Getty Images
- Author, กริกอร์ อตาเนเซียน
- Role, บีบีซี แผนกภาษารัสเซีย
- Author, มาเรีย เจฟสตาฟจีวา
- Role, ทีมข่าวโกลบอล ดิสอินฟอร์เมชัน ยูนิต (Global Disinformation Unit)
- Published
- เวลาอ่าน: 7 นาที
การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่เทคนิคชาวรัสเซียในห้องปฏิบัติการ ณ ศูนย์วิจัยโรคกาฬโรคในไซบีเรีย ได้สร้างความกังวลระดับนานาชาติ และจุดกระแสการคาดเดาเกี่ยวกับการรั่วไหลของโรคติดเชื้อที่หายากจากห้องแล็บนี้
ในตอนแรกเจ้าหน้าที่รัสเซียเชื่อมโยงการเสียชีวิตของเธอเข้ากับโรคกาฬโรค แต่ปัจจุบันพวกเขากลับปฏิเสธความเกี่ยวข้องดังกล่าว แม้จะมีรายงานจากสำนักข่าวอิสระเกี่ยวกับมาตรการกักตัวในท้องถิ่นก็ตาม
ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าหน้าที่หญิงคนนี้กันแน่ แล้วเราต้องกังวลมากแค่ไหน
เรารู้อะไรแล้วบ้าง

ที่มาของภาพ, Reuters
ดาเรีย ชิปิโลวา วัย 28 ปี ทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยป้องกันโรคกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล (Anti-Plague Institute of Siberia and the Far East) ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในช่วงปลายเดือน ก.ย. ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในอีกสามวันต่อมาที่เมืองเชเลคอฟ ซึ่งเป็นเมืองรอบนอกเมืองหลวงของแคว้นอีร์คุตสค์
รายงานระบุว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ต.ค. แต่ทางบีบีซียังไม่สามารถยืนยันวันที่ดังกล่าวได้อย่างแน่ชัด
โรงพยาบาลถูกสั่งกักกันโรค โรงงานอะลูมิเนียมท้องถิ่นได้บังคับใช้มาตรการสวมหน้ากากอนามัย และมีการยกเลิกกิจกรรมสาธารณะที่มีคนรวมตัวกันจำนวนมากในแคว้นอีร์คุตสค์
เมื่อวันศุกร์ อิกอร์ โคบเซฟ ผู้ว่าการแคว้นอีร์คุตสค์ของรัสเซีย เปิดเผยว่าแพทย์ใหญ่ด้านสุขอนามัยของรัสเซียได้เดินทางมาถึงแคว้นอีร์คุตสค์เพื่อตรวจสอบ "กรณีต้องสงสัยว่ามีการติดเชื้ออันตรายเป็นพิเศษ" และทางการกำลังเฝ้าระวังผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดกับชิปิโลวา โดยมีประชาชนราว 197 คนที่อยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ทางการแพทย์ ตามรายงานของหนังสือพิมพ์อิซเวสเตีย
ในวันเดียวกันนั้น ผู้นำสาธารณรัฐบูเรียเตีย เขตปกครองตนเองที่อยู่ติดกันระบุว่า เจ้าหน้าที่เทคนิคที่ห้องปฏิบัติการรายนี้เสียชีวิตด้วยโรคกาฬโรค ส่งผลให้เกิดการคาดเดาเกี่ยวกับการรั่วไหลของเชื้อจากห้องปฏิบัติการที่สถาบันวิจัยป้องกันโรคกาฬโรคแห่งนี้ ประกอบกับรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากนักข่าวท้องถิ่นรายหนึ่ง ซึ่งอ้างว่านักวิจัยผู้เสียชีวิตล้มป่วยลงหลังจากทำหลอดทดลองแตก
การให้ข้อมูลเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างไร

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
รอสโปเตรบนัดซอร์ (Rospotrebnadzor) หน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภคและเฝ้าระวังสาธารณสุขของรัสเซีย พยายามแก้ต่างและลดกระแสข่าวเหล่านี้ โดยในสัปดาห์นี้ทางหน่วยงานระบุว่าเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการรายดังกล่าว (ซึ่งไม่ได้ระบุชื่อ) เสียชีวิตด้วยโรคปอดอักเสบที่ไม่ทราบสาเหตุ และจากผลการตรวจสอบพบว่า "ไม่มีจุลินทรีย์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของเธอ"
หลังจากคำแถลงดังกล่าว สำนักข่าวระดับรัฐบาลกลางที่สนับสนุนรัฐบาลได้ลบข้อความ 5 โพสต์ออกไป โดยข้อความดังกล่าวเคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ของโรคกาฬโรค ขณะที่ทางการในเมืองไบคาลสค์ ก็ได้ลบข้อความที่เคยแจ้งเตือนไม่ให้เดินทางไปเมืองเชเลคอฟ เนื่องจากความเสี่ยงในการติดเชื้อกาฬโรคด้วยเช่นกัน

ขณะที่ทางการรัสเซียดูเหมือนจะรายงานอย่างประสานเสียงกันเพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เว็บไซต์ข่าวท้องถิ่นอิสระอย่าง พีเพิลส์ ออฟ ไบคาล (People of Baikal) กลับอ้างแหล่งข่าวว่าโรงพยาบาลอย่างน้อย 4 แห่งในแคว้นอีร์คุตสค์ถูกปิดเพื่อกักบริเวณเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ซึ่งเรื่องนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ในขณะเดียวกัน บีบีซี แผนกภาษารัสเซีย ก็ได้รับทราบมาว่า สถาบันป้องกันโรคกาฬโรคแห่งแคว้นอีร์คุตสค์มีกำหนดการที่จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติว่าด้วยการควบคุมโรคกาฬโรคในช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยมีนักวิทยาศาสตร์จากจีน มองโกเลีย และประเทศที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียตหลายแห่งเข้าร่วม
โดยทางบีบีซีได้ติดต่อทางสถาบันฯ เพื่อยืนยันว่างานดังกล่าวจะยังคงจัดขึ้นต่อไปหรือไม่
กาฬโรคคืออะไร

ที่มาของภาพ, Centers for Disease Control and Prevention/Getty Images
แบคทีเรียที่ก่อโรคกาฬโรคหรือเยอร์ซิเนีย เพสติส (Yersinia pestis) คร่าชีวิตประชากรยุโรปไปมากถึงครึ่งหนึ่งในศตวรรษที่ 14 ซึ่งเป็นช่วงที่โรคนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ กาฬโรค (Black Death) แบคทีเรียชนิดนี้ที่พบได้ในสัตว์ฟันแทะ เช่น ตัวมาร์มอต ในพื้นที่ดังกล่าว
มนุษย์สามารถติดเชื้อได้ผ่านการถูกหมัดกัด การสัมผัสกับของเหลวในร่างกายหรือวัสดุที่ปนเปื้อน และการสูดละอองฝอยทางเดินหายใจ
องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า กาฬโรคปอดมีระยะฟักตัวที่สั้นมาก ในบางครั้งใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมง และอาจถึงแก่ชีวิตได้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ
อาการหลังการได้รับเชื้อ ประกอบด้วย อาการหายใจลำบากและไอ ซึ่งมักจะมีเสมหะปนเลือด
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าสาเหตุการเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่เทคนิคที่ห้องปฏิบัติการรายนี้จะมาจากอะไร ความเสี่ยงที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโรคกาฬโรค นั้นก็มีน้อยมาก
อิรินา ยาคูเทนโก นักข่าวสายวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียระบุว่า เงื่อนไขที่จำเป็นในการเอื้อการแพร่ระบาดนั้นไม่มีอยู่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว
เธอให้สัมภาษณ์กับพอดแคสต์ของ บีบีซี แผนกภาษารัสเซีย ว่า "ยาปฏิชีวนะพื้นฐานสามารถรักษาโรคกาฬโรคได้ดี เพราะปัจจุบันโรคนี้หาได้ยากมาก และยังไม่มีโอกาสพัฒนาการดื้อยาในวงกว้าง"
ปฏิกิริยาจากนานาชาติเป็นอย่างไรบ้าง

ที่มาของภาพ, AFP/Getty Images
องค์การอนามัยโลกได้ติดต่อทางการรัสเซียเพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบที่มีต่อสุขภาพสาธารณะระหว่างประเทศ ตามที่โฆษกขององค์การฯ ได้กล่าวไว้กับสำนักข่าวโพลิติโค (Politico)
ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหภาพยุโรป (European Centre for Disease Prevention and Control - ECDC) ซึ่งเป็นหน่วยงานเฝ้าระวังโรคติดเชื้อแห่งยุโรป กำลังติดตามสถานการณ์นี้เช่นกัน ตามการเปิดเผยของโฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป
ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ กำลัง "ติดตามอย่างใกล้ชิด" ต่อรายงานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของโรคกาฬโรคในรัสเซีย เขาเสนอว่าสหรัฐฯ พร้อมที่จะช่วยเหลือในการควบคุมโรค แต่ระบุว่าเขายังไม่ได้หารือเรื่องนี้กับทางทำเนียบเครมลิน
ท่าทีดังกล่าวสอดคล้องกับความเห็นของ มาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ
"เราสนับสนุนให้รัสเซียมีความโปร่งใสและแบ่งปันข้อมูลเพิ่มเติมแก่ชาวโลก เพื่อให้พวกเราทุกคนสามารถรับมือได้อย่างเหมาะสม" รูบิโอกล่าวระหว่างการแถลงข่าวในกรุงเรคยาวิก ประเทศไอซ์แลนด์
ในวันอังคาร ดิมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ได้กล่าวตอบรับข้อเสนอความช่วยเหลือจากทรัมป์
"ถือเป็นเรื่องที่ดีเสมอเมื่อมีข้อเสนอความช่วยเหลือเข้ามา" เปสคอฟกล่าวกับ สตีฟ โรเซนเบิร์ก บรรณาธิการ บีบีซีแผนกภาษารัสเซีย
เขาเสริมด้วยว่า มีเพียงข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับสถานการณ์ในแคว้นอีร์คุตสค์เท่านั้นที่สามารถเชื่อถือได้
มีการกล่าวอ้างอะไรบ้างบนโลกออนไลน์

ที่มาของภาพ, Smith Collection/Gado/Getty Images
รายงานข่าวที่ขัดแย้งกันจำนวนมากได้แพร่สะพัดบนโซเชียลมีเดีย ทั้งในรัสเซียและต่างประเทศ
บีบีซีพบบัญชีอินสตาแกรมอย่างน้อย 5 บัญชีที่เผยแพร่ข้อความที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับผู้ที่ถูกอ้างว่าเสียชีวิตรายที่สอง โดยบัญชีเหล่านี้มียอดผู้ติดตามรวมกันเกือบ 169,000 คน และได้โพสต์ข้อความภาษารัสเซียที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน อ้างว่าชายชื่อ วิคเตอร์ นาโคลเนนนี ซึ่งถูกระบุว่าเป็นเพื่อนร่วมงานของ ดาเรีย ชิปิโลวา ได้เสียชีวิตลงเช่นกัน
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับหน่วยงานรอสโปเตรบนัดซอร์ของรัสเซียไม่ยืนยันรายงานดังกล่าว
ทางบีบีซีได้ติดต่อไปยังหน่วยงานดังกล่าวเพื่อขอความคิดเห็น ขณะที่สถาบันวิจัยป้องกันโรคกาฬโรคแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกลปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้
ข้อความกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบเหล่านี้ ถูกสื่อต่างประเทศหลายสำนักนำไปเสนอข่าวต่อ รวมถึงหนังสือพิมพ์เดลี่เมล์ (Daily Mail) ของสหราชอาณาจักร ซึ่งอ้างอิงข้อมูลดังกล่าวจาก "สื่อท้องถิ่น" ในรัสเซีย
โพสต์ดังกล่าวส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาที่หลากหลายบนโลกออนไลน์ โดยผู้ใช้บางรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับมาตรการด้านสาธารณสุข ในขณะที่บางรายกล่าวหาว่าบัญชีเหล่านี้กำลังเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน
นอกจากนี้ บีบีซียังพบข้อความกล่าวอ้างที่ยังไม่ได้รับการยืนยันอีกหลายรายการบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ ซึ่งบางโพสต์มียอดการเข้าชมหลายล้านครั้ง
บล็อกเกอร์รายหนึ่งระบุว่าได้รับข้อความจากเพื่อนที่อ้างว่า นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับสองของรัสเซีย กำลังจะถูกล็อกดาวน์ และโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าชมมากกว่าหกล้านครั้ง
อย่างไรก็ตาม ทั้งทางการและสำนักข่าวของนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กต่างไม่ได้รายงานเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคกาฬโรคในเมือง หรือความเป็นไปได้ที่จะมีการล็อกดาวน์แต่อย่างใด
ในอีกโพสต์จากผู้ใช้อีกรายอ้างว่า "กาฬโรคปอดที่เพิ่งรั่วไหลจากห้องแล็บในรัสเซียมีความร้ายแรงกว่าโควิดถึง 100 เท่า" และโพสต์ดังกล่าวก็มีผู้เข้าชมถึง 11.3 ล้านครั้ง
แม้ว่าโรคนี้จะมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าหากไม่ได้รับการรักษา แต่ก็ไม่น่าจะคร่าชีวิตผู้คนในลักษณะเดียวกับโรคโควิด-19 เนื่องจากยาปฏิชีวนะสามารถควบคุมโรคนี้ได้





























