ออสเตรเลียสอบสวนความเชื่อมโยงของผู้ช่วยนักบินฟลายดูไบ หลังพบเคยอยู่ในประเทศ

ที่มาของภาพ, EPA
ทางการออสเตรเลียกำลังสอบสวนถึงความเชื่อมโยงระหว่างออสเตรเลียกับผู้ช่วยนักบินของสายการบินฟลายดูไบ (Flydubai) ที่พยายามเข้ายึดเครื่องบินที่กำลังเดินทางไปยังอิสราเอล
ผู้ช่วยนักบินคนดังกล่าวถูกกล่าวหาว่าก่อเหตุโจมตีทำร้ายกัปตันของเที่ยวบินด้วยขวานฉุกเฉินระหว่างเที่ยวบินที่กำลังเดินทางจากนครดูไบของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ไปยังกรุงเทลอาวีฟของอิสราเอลก่อนที่ผู้โดยสารจะเข้าไประงับเหตุจนคุมตัวนักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุไว้ได้และควบคุมเครื่องบินได้สำเร็จ
ทางการออสเตรเลียยังไม่ได้เปิดเผยชื่อของนักบินผู้ช่วย แต่สื่อหลายสำนัก ซึ่งรวมถึงรอยเตอร์ ซีเอ็นเอ็น และนิวยอร์กไทมส์ ได้ระบุชื่อของเขาว่าคือ ฮามาม อัล-ฮัมมามี
อัยการของยูเออีกล่าวว่ายังอยู่ระหว่างการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวรวมถึงแรงจูงใจในการก่อเหตุ
ในแถลงการณ์ที่ส่งถึงบีบีซี สำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย หรือเอเอฟพี (Australian Federal Police - AFP) ยืนยันว่าหน่วยงานกำลังสอบสวน "ชายที่มีความเช่ือมโยงกับออสเตรเลีย"
การสอบสวนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับตำรวจของรัฐและหน่วยงานด้านความมั่นคงของประเทศ โดยแถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า จะมีการแจ้งความคืบหน้าให้ทราบ "ในเวลาที่เหมาะสม"
แหล่งข่าวที่คลุกคลีอยู่กับคดีนี้ที่เปิดเผยกับสื่อออสเตรเลีย กล่าวว่านักบินผู้ช่วยได้รับวีซ่านักเรียนในปี 2014 และได้ศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลียระหว่างปี 2015-2017 จนกระทั่งเดินทางออกจากประเทศ
สำนักข่าวเอบีซีของออสเตรเลียระบุว่า วีซ่านักเรียนของนักบินผู้ช่วยรายนี้ถูกยกเลิกในปี 2019 เนื่องจากเขาไม่ได้ลงศึกษาในหลักสูตรใดทำให้เขาไม่มีคุณสมบัติได้ต่อวีซ่านักเรียนต่อ

เอบีซีรายงานด้วยว่า หน่วยงานต่อต้านก่อการร้ายของออสเตรเลียจะสอบสวนว่าชายคนดังกล่าวได้รับแนวคิดสุดโต่งในออสเตรเลียหรือไม่
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวว่าเขาเป็นพลเมืองโอมาน
เที่ยวบินจากดูไบไปยังเทลอาวีฟเมื่อวันที่ 30 ก.ย. ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารอยู่บนเครื่อง 170 คน
อัยการสูงสุดของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า สองชั่วโมงครึ่งหลังจากเครื่องบินขึ้นบิน ความสูงของเครื่องบินได้ดิ่งระดับลงถึง 5,200 เมตรเมื่อนักบินผู้ช่วยชาวโอมานรายนี้ฟันนักบินกัปตันด้วยขวาน
กัปตันของเครื่องบินซึ่งก็คือ กัปตันสมิต มัชชาร์ นักบินสัญชาติอินเดีย เล่านาทีชีวิตขณะที่เขาล้มลงไปนอนกับพื้นจากการบาดเจ็บและรู้สึกได้ว่า เครื่องบินกำลังดิ่งลง แต่เขาต้องพยายามยื้อเครื่องไว้
"ผมบอกตัวเองว่านี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเปิดประตูจากด้านใน เพื่อให้ผู้โดยสารเข้ามา [ช่วย]"
จากนั้นนักบินสำรองสองคนได้นำเครื่องบินลงจอดอย่างปลอดภัยในประเทศซาอุดีอาระเบีย
กัปตันมัชชาร์ นักบินชาวอินเดียถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงก่อนที่จะได้รับการเคลื่อนย้ายทางอากาศไปรักษาตัวในกรุงอาบูดาบี โดยมีรายงานว่าขณะนี้อาการของเขาอยู่ในระดับคงที่
ตามการเปิดเผยของนายกฯ อิสราเอล ผู้ช่วยนักบินที่ก่อเหตุถูกจับกุมตัวหลังจากเครื่องบินลงจอดฉุกเฉินและถูกทางการซาอุดีอาระเบียสอบสวน
ด้านฮาหมัด ซาอีฟ อัล ชัมซี อัยการสูงสุดของยูเออี กล่าวเมื่อวันเสาร์ (3 ต.ค.) ว่ากำลังมีการสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ แรงจูงใจ และความเชื่อมโยงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
เขากล่าวว่า จากการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวพบว่า นักบินผู้ช่วยพยายามก่อเหตุที่เป็น "การกระทำก่อการร้าย" ตามรายงานของสำนักข่าวของทางการยูเออี
ขณะเดียวกันในช่วงไม่กี่วันหลังเกิดเหตุโจมตี มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติการทำงานของนักบินผู้ช่วยรายนี้เปิดเผยออกมา
สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าระหว่างที่ฮามาม อัล-ฮัมมามี นักบินผู้ช่วยที่ก่อเหตุทำงานกับสายการบินโอมานแอร์ เขาถูกให้ออกจากการฝึกอบรมการบิน เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับแนวคิดสุดโต่งของเขา และได้รับมอบหมายให้ไปทำงานในตำแหน่งอื่นที่สายการบินแห่งชาติของโอมาน
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่าตั้งแต่ปี 2020 เขาได้ลงเรียนทางไกลในหลักสูตรที่ดำเนินการโดยมหาวิทยาลัยบักกิงแฮมเชียร์นิว ในสหราชอาณาจักร
มหาวิทยาลัยเปิดเผยว่า เขาจบการศึกษาด้านการจัดการการบินในปี 2023 แต่ไม่ได้เข้าเรียนหลักสูตรฝึกอบรมนักบินกับสถาบัน





























