วาฬนำร่องเกือบ 400 ตัวตายในรัฐแทสเมเนีย เป็นการเกยตื้นที่เลวร้ายที่สุดของออสเตรเลีย

ผ้าเปียกคลุมอยู่บนตัววาฬที่เกยตื้น
คำบรรยายภาพ, เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามรักษาความชุ่มชื้นและความเย็นให้กับวาฬที่เกยตื้น
Published

เจ้าหน้าที่ทางการระบุว่า มีวาฬตายแล้วราว 380 ตัวในเหตุการณ์ที่คาดว่าเป็นการเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย

นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา วาฬนำร่องครีบยาวหลายร้อยตัวถูกพบเกยตื้นอยู่ที่ชายฝั่งทางตะวันตกของรัฐแทสเมเนีย

เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยชีวิตวาฬไว้ได้ 50 ตัวในวันพุธ (23 ก.ย.) และกำลังพยายามช่วยวาฬที่เหลืออีกราว 30 ตัว

เจ้าหน้าที่ทางการรัฐแทสเมเนีย กล่าวว่า ความพยายามช่วยชีวิตวาฬจะดำเนินต่อไป "ตราบเท่าที่ยังมีวาฬที่ยังมีชีวิตอยู่"

นิก เดคา จากหน่วยงานอุตสาหกรรมพื้นฐานของรัฐแทสเมเนีย กล่าวว่า "ขณะที่พวกมันยังมีชีวิตอยู่ และอยู่ในน้ำ ก็ยังพอมีหวัง แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันจะค่อย ๆ หมดแรง"

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญในตอนนี้คือ การกำจัดซากวาฬหลายร้อยตัวที่กระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการวางแผนทำความสะอาดอยู่ ในอดีตซากวาฬจำนวนมากถูกฝังอยู่บนชายหาด หรือไม่ก็ถูกลากออกไปในทะเลเปิด

คำบรรยายวิดีโอ, เจ้าหน้าที่ทำงานแข่งกับเวลาช่วยชีวิตวาฬนำร่องเกยตื้นในออสเตรเลีย

ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่า ทำไมวาฬเหล่านี้จึงมาเกยตื้น แต่เป็นที่ทราบกันว่า วาฬสายพันธุ์นี้มักเกยตื้นอยู่บ่อย ๆ

การเกยตื้นครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ทั่วโลก และทำลายสถิติการเกยตื้น 320 ตัวในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียในปี 1996

วาฬเหล่านี้เกยตื้นที่ไหน

วาฬเหล่านี้ถูกพัดมาติดอยู่ที่หลุมทรายในน่านน้ำบริเวณที่เรียกว่า แม็กควารี เฮดส์ (Macquarie Heads)

ตอนแรกเมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยนับจำนวนวาฬได้ 270 ตัว แต่เมื่อวันอังคาร เจ้าหน้าที่บนเฮลิคอปเตอร์ พบวาฬตายอีก 200 ตัวในพื้นที่ใกล้เคียง

Map

เจ้าหน้าที่ทางการ ระบุว่า วาฬกลุ่มที่สองอาจจะถูกพัดขึ้นมาด้วยกระแสน้ำ แต่คาดว่า จะเป็นวาฬฝูงเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ทำอย่างไรเพื่อช่วยชีวิตวาฬ

เจ้าหน้าที่ราว 60 คน ได้ใช้สลิงและอุปกรณ์อื่นในการช่วยดึงวาฬออกจากหาดทราย เพื่อที่จะให้มันจมลงในน้ำทั้งตัว

เมื่อวาฬ "กลับไปลอยอยู่ในน้ำได้" พวกมันก็จะถูกนำทางให้ว่ายน้ำออกไปในเขตน้ำลึก

เจ้าหน้าที่กู้ภัย กล่าวว่า พวกเขาได้ช่วยนำทางวาฬว่ายกลับสู่ทะเลแล้ว 50 ตัว ซึ่งถือว่าเป็น "ความสำเร็จ"

Dead pilot whale calves on the beach in Macquarie Heads
คำบรรยายภาพ, The pilot whales have become stranded on Tasmania's west coast

เจ้าหน้าที่ระบุว่า ความพยายามในการช่วยชีวิตวาฬเผชิญกับอุปสรรคจากกระแสน้ำที่รุนแรง ซึ่งทำให้วาฬที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว กลับเข้ามายังชายฝั่งอีกครั้ง

ผู้เชี่ยวชาญด้านวาฬ ระบุว่า วาฬที่รอดตายจะอ่อนแรงและอ่อนแอ วาฬนำร่องมีความยาวได้ถึง 7 เมตร และหนักถึง 3 ตัน

ศ.ปีเตอร์ แฮร์ริซัน จากกลุ่มวิจัยวาฬ มหาวิทยาลัยเซาเทิร์นครอสส์ (Southern Cross University) กล่าวว่า การที่ไม่มีน้ำช่วยพยุงตัวไว้ วาฬจะค่อย ๆ ถูกน้ำหนักตัวของมันเองกดทับ

ทำไมวาฬจึงว่ายมาเกยตื้น

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า การว่ายน้ำมาเกยตื้นของวาฬมักจะไม่ทราบเหตุผลที่แน่ชัด แต่นักวิทยาศาสตร์มีทฤษฎีอธิบายเรื่องนี้หลายทฤษฎี รวมถึง การที่วาฬว่ายตามฝูงปลามาที่ชายฝั่งจนสับสน

โดยเฉพาะวาฬนำร่อง เป็นที่ทราบกันดีว่ามักจะเกยตื้นเป็นฝูง เพราะพวกมันเดินทางเป็นฝูงใหญ่ และเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น ด้วยการสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง

นักวิจัยระบุว่า เป็นไปได้ว่า วาฬที่เป็นผู้นำทางอาจจะพาวาฬที่เหลือในฝูงมาผิดทาง

นอกจากนี้ยังคาดว่า ฝูงวาฬน่าจะมีความเสี่ยงเมื่อเข้าใกล้ชายหาด ซึ่งมีลักษณะค่อย ๆ ลาดลงเป็นบริเวณกว้าง เพราะว่าคลื่นเสียงสะท้อนใต้น้ำของพวกมันอาจจะไม่สามารถตรวจจับแนวชายฝั่งในน้ำตื้นได้

กว่า 80% ของวาฬที่เกยตื้นในออสเตรเลีย เกิดขึ้นที่รัฐแทสเมเนีย และผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า แม็กควารี เฮดส์ เป็นจุดที่มีพบการเกยตื้นบ่อย

การเกยตื้นครั้งใหญ่ที่สุดก่อนหน้านี้ในรัฐแทสเมเนียเกิดขึ้นในปี 1935 โดยมีวาฬนำร่องเกยตื้น 294 ตัว ส่วนการเกยตื้นขนาดใหญ่ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 2009 ซึ่งมีวาฬนำร่องเกยตื้นราว 200 ตัว