"กษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง" และ"คุณปู่แห่งชาติ" ชาวนอร์เวย์อาลัย กษัตริย์ฮารัลด์ที่ 5 เสด็จสวรรคต

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, มัลลอรี มอนช์
- Published
- เวลาอ่าน: 10 นาที
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคตขณะมีพระชนมพรรษา 89 พรรษา หลังจากทรงเข้ารับการรักษาพระอาการประชวรจากภาวะความผิดปกติของพระโลหิตชนิดหายากในโรงพยาบาลเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำนักพระราชวังในกรุงออสโลระบุว่า พระองค์เสด็จสวรรคตอย่างสงบเมื่อเวลา 06.35 น. ตามเวลาท้องถิ่นของนอร์เวย์ (11.35 น. ตามเวลาในประเทศไทย) ของวันศุกร์ (28 ส.ค.) ณ โรงพยาบาลแห่งชาติในกรุงออสโล โดยได้ลดธงประจำพระองค์ที่พระราชวังลงครึ่งเสาเพื่อไว้อาลัย
ในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเสด็จสวรรคต พระบรมวงศานุวงศ์ได้เสด็จเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ขณะที่ประชาชนจำนวนมากได้นำดอกไม้มาวางที่ด้านหน้าพระราชวัง
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่งนอร์เวย์พระองค์แรกที่เสด็จพระราชสมภพในประเทศนอร์เวย์ นับตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 14 โดยมีมกุฎราชกุมารฮากอน พระราชโอรส ทรงเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์
ตลอดการครองสิริราชสมบัติ 35 ปี พระองค์ทรงเป็นที่จดจำในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง และทรงมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีความทันสมัย ทรงก้าวข้ามพระราชประเพณีดั้งเดิมด้วยการอภิเษกสมรสกับสามัญชน ทั้งยังทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกรชาวนอร์เวย์ในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่ประเทศชาติเผชิญกับความยากลำบากอย่างที่สุด
ผู้สังเกตการณ์ด้านราชสำนักระบุว่า พระองค์ทรงมีพระราชจริยวัตรที่เรียบง่ายและไม่ถือพระองค์ ทรงเป็นที่เคารพรักอย่างยิ่ง จนทรงได้รับการขนานพระนามว่าเป็น "คุณปู่แห่งชาติ" และ "พระมหากษัตริย์ของประชาชน" ซึ่งเป็นพระราชสมัญญาเดียวกับพระราชบิดาของพระองค์ สมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟที่ 5
ภายหลังเหตุการณ์ลอบวางระเบิดและกราดยิงในกรุงออสโลและบนเกาะอูเตอยาเมื่อปี 2011 สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงมีพระราชดำรัสขอให้พสกนิกรชาวนอร์เวย์ช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งตรัสว่าจงอย่าให้ "ความหวาดกลัวเข้ามาครอบงำ"
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ต่างทรงเผชิญกับปัญหาด้านพระพลานามัยและกรณีอื้อฉาวต่าง ๆ โดยเฉพาะกรณีที่มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริตแห่งนอร์เวย์ ทรงมีความเกี่ยวพันกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำผิดคดีล่วงละเมิดทางเพศซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว ตลอดจนกรณีที่ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี บุตรชายของมกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีข่มขืนกระทำชำเรา

ที่มาของภาพ, Getty Images
โอเล-เยิร์เกน ชูลสรุด-ฮันเซน นักประวัติศาสตร์และผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของสถานีโทรทัศน์ทีวีทู (TV2) กล่าวกับบีบีซีว่าตลอดรัชสมัยของพระองค์ สถาบันพระมหากษัตริย์นอร์เวย์มีความเสมอภาคและโปร่งใสมากขึ้นทั้งในด้านการเงินและเรื่องพระพลานามัย
โทเว ทอเลเซน ผู้สื่อข่าวสายราชสำนักของสำนักข่าวเน็ตตาฟิเซน (Nettavisen) กล่าวถึงสมเด็จพระราชาธิบดีผู้เสด็จสวรรคตว่าทรงเป็นดั่ง "หนึ่งในพวกเรา" ขณะที่แคโรไลน์ วาเกล ผู้เชี่ยวชาญด้านราชสำนักจากนิตยสารเซ อ็อก ฮือร์ (Se og Hør) ของนอร์เวย์ กล่าวว่า พระองค์ "ทรงใกล้ชิดกับพสกนิกรมาโดยตลอด"
เมื่อทีมนักฟุตบอลทีมชาตินอร์เวย์เดินทางกลับจากสหรัฐฯ หลังจากสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรก สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงต้อนรับคณะนักกีฬากลับสู่มาตุภูมิที่พระราชวัง
พระองค์เสด็จสวรรคต โดยทรงมีสมเด็จพระราชินีซอนยา พระอัครมเหสี ผู้ทรงเคียงข้างพระองค์มาเกือบ 58 ปี เจ้าหญิงมาร์ธา ลุยส์ พระราชธิดา สมเด็จพระราชาธิบดีฮากอน พระราชโอรส ซึ่งเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ตลอดจนพระราชนัดดาอีก 6 พระองค์ เป็นสมาชิกราชวงค์ที่ยังคงอยู่เบื้องหลัง

ที่มาของภาพ, Per Ole Hagen/Getty Images
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 1937 ณ พระตำหนักสเกากุมใกล้กับกรุงออสโล เมืองหลวงของนอร์เวย์
ขณะทรงเจริญพระชนมพรรษา 3 พรรษา อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ผู้นำเผด็จการแห่งนาซีเยอรมนี ได้สั่งการให้กองทัพรุกรานนอร์เวย์ในช่วงต้นสงครามโลกครั้งที่สอง
พระราชมารดาของเจ้าชายฮารัลด์ทรงนำพระราชโอรสและพระราชธิดาเสด็จลี้ภัยข้ามพรมแดนไปยังประเทศสวีเดน ก่อนจะเสด็จต่อไปยังสหรัฐอเมริกา ตามคำกราบทูลเชิญของประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์
เจ้าชายฮารัลด์ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จนิวัตประเทศนอร์เวย์พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง และทรงศึกษาต่อจนสำเร็จการศึกษาและทรงเข้ารับราชการทหารตามหน้าที่ ต่อมาทรงได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็นมกุฎราชกุมารในปี 1957 และทรงเข้าศึกษาต่อด้านสังคมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และเศรษฐศาสตร์ ณ วิทยาลัยบัลเลียล (Balliol College) มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ระหว่างปี 1960 ถึง 1962
พระองค์ทรงพบกับ ซอนยา ฮารัลด์เซน บุตรีของนักธุรกิจ ในงานเลี้ยงสังสรรค์ ทว่าพระองค์ต้องทรงรอคอยยาวนานถึง 9 ปี กว่าจะได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้อภิเษกสมรส เนื่องจากสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟ พระราชบิดา ทรงมีพระราชประสงค์มาโดยตลอดที่จะให้พระราชโอรสอภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงจากราชวงศ์ในยุโรป
ในเวลาต่อมา พระองค์ได้กราบบังคมทูลพระราชบิดาว่า หากมิได้อภิเษกสมรสกับซอนยา พระองค์ก็จะทรงครองพระองค์เป็นโสดตลอดพระชนมชีพ ซึ่งการเปิดเผยดังกล่าว สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เคยพระราชทานสัมภาษณ์ไว้กับสถานีโทรทัศน์สาธารณะแห่งนอร์เวย์
ในท้ายที่สุด พระราชบิดาได้พระราชทานพระบรมราชานุญาต และทั้งสองพระองค์ได้ทรงเข้าพิธีอภิเษกสมรส ณ มหาวิหารออสโล เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 1968

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
การตัดสินพระทัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ในการทรงเลือกพระชายาตามพระราชประสงค์ ยังนับเป็นการปูทางให้พระราชโอรสและพระราชธิดาทั้งสองพระองค์สามารถอภิเษกสมรสกับสามัญชนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งในมุมมองของวาเกลแล้ว สิ่งนี้ "ช่วยลบภาพลักษณ์ของราชวงศ์ที่บุรุษมีอำนาจครอบงำลงได้อย่างมาก"
"พระองค์ไม่เคยทรงหวั่นเกรงที่จะเปิดเผยพระอารมณ์ความรู้สึก พระอารมณ์ขัน หรือแม้กระทั่งความเปราะบางส่วนพระองค์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้พสกนิกรสัมผัสได้ถึงความเป็นปุถุชนของพระองค์อย่างแท้จริง" ผู้เชี่ยวชาญด้านราชสำนักผู้นี้กล่าว

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images
เมื่อครั้งสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟทรงพระประชวรในปี 1990 มกุฎราชกุมารฮารัลด์ได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ก่อนจะเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติภายหลังสมเด็จพระราชาธิบดีโอลาฟเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 1991
ทรอนด์ โนเรน อีซักเซน นักประวัติศาสตร์ ให้ความเห็นว่า พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงเริ่มแสดงบทบาทแห่งความเป็นผู้นำอย่างโดดเด่นในช่วงราวปี 2000 โดยทรงเปลี่ยนจากผู้ที่ทรงมีพระบุคลิกภาพเงียบขรึม จริงจัง และค่อนข้างเก็บพระองค์ มาเป็นผู้ที่ทรงเปิดเผยและเปี่ยมด้วยพระเมตตาต่อผู้อื่นมากขึ้น
ในเดือน ก.ค. 2011 สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ต้องทรงเผชิญกับบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรัชสมัย เมื่ออันเดอร์ส เบรวิก ผู้ฝักใฝ่แนวคิดนีโอนาซี ก่อเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ในกรุงออสโล คร่าชีวิตผู้คนไป 8 ราย ก่อนจะเดินทางไปก่อเหตุกราดยิง ณ ค่ายเยาวชนบนเกาะอูเตอยา สังหารผู้คนเพิ่มอีก 69 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพียงเยาวชน
ในวันรุ่งขึ้น พระองค์ได้พระราชทานพระราชดำรัสแก่พสกนิกรผ่านทางสถานีโทรทัศน์ และในอีกหลายสัปดาห์ต่อมา พระองค์ได้ทรงมีพระราชดำรัสแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เคราะห์ร้ายและครอบครัว ในฐานะพระบิดา พระอัยกา พระราชสวามี และพระมหากษัตริย์ ซึ่งในระหว่างที่ทรงมีพระราชดำรัสนั้น พระสุรเสียงของพระองค์สั่นเครือและขาดห้วง ราวกับทรงกลั้นน้ำพระเนตรไว้
"ข้าพเจ้าทำได้เพียงจินตนาการถึงความเจ็บปวดอันลึกซึ้งของทุกท่าน ในฐานะพระมหากษัตริย์ของประเทศนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อพวกท่านทุกคน" พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสในเหตุการณ์ดังกล่าว
เมื่อย้อนรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น โอเล-เยิร์เกน ชุลส์รุด-ฮันเซน นักประวัติศาสตร์ กล่าวว่า "ผมคิดว่าช่วงเวลาดังกล่าวได้ถูกจารึกไว้ในความทรงจำของพวกเรา ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ควรเป็นเช่นไร"
ต่อมาในปี 2016 พระองค์ทรงตกเป็นข่าวพาดหัวอีกครั้ง จากการที่ทรงมีพระราชดำรัสอันทรงพลังเพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางศาสนา เชื้อชาติ และรสนิยมทางเพศ
พระองค์ทรงมีพระราชดำรัสว่า ชาวนอร์เวย์นั้นมาจาก "อัฟกานิสถาน ปากีสถาน และโปแลนด์ จากสวีเดน โซมาเลีย และซีเรีย" พวกเขา "อาจศรัทธาในพระเจ้า อัลลอฮ์ จักรวาล หรือไม่ศรัทธาในสิ่งใดเลย" และพวกเขา "เป็นเด็กผู้หญิงที่รักเด็กผู้หญิง เด็กผู้ชายที่รักเด็กผู้ชาย และเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายที่รักกัน"
นอกจากนี้สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ยังทรงเป็นนักกีฬาและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตัวยง พระองค์ทรงเป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้งองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (World Wide Fund for Nature - WWF) สาขานอร์เวย์ และทรงดำรงตำแหน่งประธานขององค์การดังกล่าวเป็นระยะเวลายาวนานถึง 20 ปี
อีกทั้งยังทรงมีพระปรีชาสามารถด้านกีฬาเรือใบเป็นเลิศ จนทรงได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาทีมชาตินอร์เวย์เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกถึง 3 สมัย ก่อนจะทรงประกาศยุติเส้นทางการเป็นนักกีฬาเรือใบระดับแข่งขันอย่างเป็นทางการในปี 2022

ที่มาของภาพ, NTB/AFP via Getty Images
เมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนเมื่อครั้งทรงเป็นมกุฎราชกุมารทรงอภิเษกสมรสกับเม็ตเต-มาริตในปี 2001 สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีทรงต้อนรับ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี บุตรชายวัย 4 ขวบขององค์มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ที่เกิดจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว โดยมาริอุสได้รับการปฏิบัติเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัว แต่ในเวลาต่อมา สำนักพระราชวังนอร์เวย์ได้ออกมาย้ำว่า เขาไม่เคยมีสถานะเป็นพระบรมวงศานุวงศ์
ทางด้านเจ้าหญิงมาร์ธา ลุยส์ พระราชธิดา ทรงอภิเษกสมรสครั้งแรกกับนักเขียนชาวนอร์เวย์ ก่อนจะทรงอภิเษกสมรสอีกครั้งในปี 2024 กับชายชาวอเมริกันผู้อ้างตนว่าเป็นหมอผี (shaman) ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งในเวลาต่อมาการดำเนินธุรกิจของทั้งสองได้นำไปสู่การที่เจ้าหญิงมาร์ธาต้องทรงยุติการปฏิบัติพระกรณียกิจในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ไป
แม้พสกนิกรชาวนอร์เวย์บางส่วนอาจมองว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงผ่อนปรนมากเกินไปต่อการตัดสินพระทัยในเรื่องส่วนพระองค์ของสมาชิกพระราชวงศ์ซึ่งมักเป็นที่ถกเถียง แต่สำหรับวาเกลแล้ว เธอเชื่อว่า พระองค์ "ทรงแสดงให้เห็นว่าทรงเลือกที่จะพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจกันเสียก่อน มากกว่าที่จะทรงมีพระราชกระแสรับสั่งที่เข้มงวด"
เมื่อพระพลานามัยของสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 เริ่มถดถอยลง พระองค์ได้ทรงลดการเสด็จออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่อสาธารณชนเป็นการถาวรในเดือน เม.ย. 2024
ล่าสุด พระองค์ทรงเข้ารับการถวายการรักษาด้วยยาคอร์ติโซนสำหรับพระอาการโรคโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (haemolytic anaemia) ซึ่งเป็นภาวะความผิดปกติของพระโลหิตชนิดหายากที่ส่งผลให้ปริมาณเม็ดเลือดแดงในพระวรกายลดลง โดยพระองค์ได้เสด็จไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่มกุฎราชกุมารฮากอนทรงปฏิบัติพระราชภารกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพื่อรับช่วงปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ แทน
ในช่วงปีนี้เพียงปีเดียว พระราชวงศ์นอร์เวย์ต้องทรงเผชิญกับทั้งปัญหาด้านพระพลานามัยส่วนพระองค์และกรณีอื้อฉาวหลายเหตุการณ์ จนตกเป็นที่จับตามองของสาธารณชนอยู่แทบตลอดเวลา
ศาลกรุงออสโลพิจารณาคดีข่มขืนของ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี บุตรชายของเจ้าหญิงเมตเต-มาริต มกุฎราชกุมารีและได้มีคำพิพากษาเมื่อเดือน ม.ย. ที่ผ่านมา ให้เขามีความผิดในหลายข้อกล่าวหา กรณีนี้นับเป็นประเด็นที่สร้างแรงกดดันต่อพระราชวงศ์มาเป็นเวลาหลายเดือน ขณะนี้เขาได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาจำคุก 4 ปี และได้เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ณ ข้างพระแท่นบรรทม เพียงไม่นานก่อนพระองค์เสด็จสวรรคต
เพียงไม่กี่วันก่อนที่การพิจารณาคดีดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้น ได้มีการเปิดเผยเอกสารซึ่งระบุว่า มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ทรงติดต่อกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน ผู้กระทำความผิดทางเพศผู้ล่วงลับไปแล้ว อยู่บ่อยครั้ง
ในเวลาต่อมา องค์มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ได้ทรงขอพระราชทานอภัยต่อสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์และสมเด็จพระราชินีซอนยา จากการที่พระองค์ทรงมีสายสัมพันธ์ฉันมิตรกับเอปสตีนยาวนานถึง 3 ปี โดยทรงยอมรับว่าเรื่องดังกล่าวเป็น "การตัดสินพระทัยที่ผิดพลาด" พร้อมทั้งมีพระดำรัสระหว่างประทานสัมภาษณ์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ระดับชาติว่า ทรงหวังว่าพระองค์จะมิเคยรู้จักกับชายผู้นี้เลย
เพียงสองวันหลังจากการพิจารณาคดีของบุตรชายสิ้นสุดลง มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ทรงเข้ารับการผ่าตัดปลูกถ่ายพระปัปผาสะ (ปอด) โดยเมื่อ 8 ปีก่อนหน้านี้ พระองค์ทรงได้รับการวินิจฉัยว่าประชวรด้วยพระโรคพังผืดในพระปัปผาสะ (pulmonary fibrosis) ชนิดหายาก
คณะแพทย์จะยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าพระอาการประชวรของพระองค์อยู่ในภาวะคงที่ จนกว่าจะผ่านพ้นระยะเวลา 1 ปีภายหลังการผ่าตัดปลูกถ่ายพระอวัยวะ ซึ่งสมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ใหม่จะต้องทรงเผชิญกับช่วงเวลาแห่งการสืบราชสันตติวงศ์ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ในขณะเดียวกันก็ต้องพระราชทานกำลังพระทัยแด่พระชายาต่อไปด้วย
วิกฤตการณ์ต่าง ๆ ที่รุมเร้าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ส่งผลกระทบต่อความนิยมของพระราชวงศ์ด้วยเช่นกัน โดยผลการสำรวจความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์อัฟเทนโพสเทน (Aftenposten) ระบุว่า ระดับการสนับสนุนจากประชาชนลดลงจากร้อยละ 72 ในปี 2024 เหลือเพียงร้อยละ 54
ผลการสำรวจความคิดเห็นอื่น ๆ บ่งชี้ว่า ชาวนอร์เวย์เกือบครึ่งหนึ่งเชื่อว่า มกุฎราชกุมารีเม็ตเต-มาริต ไม่สมควรที่จะเสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระราชินีอีกต่อไป แม้ว่าในขณะนี้มีความเป็นไปได้สูงยิ่งที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนจะทรงยืนยันให้พระองค์เสด็จขึ้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระราชินีตามเดิมก็ตาม
แม้สถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ แต่วาเกลได้กล่าวว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้นแทบจะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เป็นการส่วนพระองค์เลย ซึ่งทำให้เธอรู้สึกได้ว่า "ทุกคนล้วนรักกษัตริย์ฮารัลด์"
"เมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นภายในพระราชวงศ์ ผู้คนมักจะกล่าวโทษทุกคน ยกเว้นองค์พระมหากษัตริย์" ทรอนด์ โนเรน อีซักเซน นักประวัติศาสตร์ กล่าว
สมเด็จพระราชาธิบดีฮากอนทรงต้องเผชิญกับคำถามที่ว่า ความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายในครอบครัวของพระองค์จะ "ติดตามพระองค์ไปสู่บทบาทการเป็นองค์พระมหากษัตริย์" อย่างไร ตามคำกล่าวของโทเว ทาเลเซน อย่างไรก็ตาม เธอเชื่อมั่นว่าพระองค์ทรงแสดงภาวะผู้นำและทรงรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ยุทธศาสตร์หลักของพระราชวงศ์คือการเว้นระยะห่างจากการพิจารณาคดีของ มาริอุส บอร์ก เฮย์บี ซึ่ง โอเล-เยอร์เกน ชูลสรุด-ฮันเซน เชื่อว่ายุทธศาสตร์ดังกล่าวประสบความสำเร็จเป็นส่วนใหญ่
แม้อาจยังมีการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมถึงเอกสารที่เชื่อมโยงกับเอปสตีน แต่สำหรับพสกนิกรชาวนอร์เวย์ในขณะนี้ จุดสนใจได้มุ่งไปที่การร่วมรำลึกถึง "กษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่ง" ตลอดจนการถวายการสนับสนุนแด่สมเด็จพระราชาธิบดีพระองค์ใหม่ ผู้ทรงเป็นพระราชโอรสของพระองค์































